ท่าทีรัฐต่อโครงการก่อสร้าง “เขื่อนแม่วงก์”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ยัน “อีเอชไอเอ” เขื่อนแม่วงก์ ยังไม่ผ่านความเห็นชอบ เหตุขาดข้อมูลเสือโคร่งจากป่าห้วยขาแข้ง ที่มาในป่าแถบนี้ 

 

กรณี นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ อธิบดีกรมชลประทาน นำเสนอโครงการเขื่อนแม่วงก์ ขนาดความจุเก็บกักน้ำ 258 ล้าน ลบ.ม. เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำและภัยแล้ง ใน จ.อุทัยธานี และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งจะสามารถส่งน้ำให้กับพื้นที่ชลประทานในฤดูฝน 301,900 ไร่ ฤดูแล้ง 126,545 ไร่ คลอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด 6 อำเภอ 23 ตำบล 127 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับประโยชน์ 13,749 ครัวเรือน กับ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระหว่างลงพื้นที่ ต.ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี 

พร้อมเสนอโครงการพัฒนาอ่างเก็บน้ำทับเสลา โดยขอสนับสนุนงบประมาณขุดลอกลำน้ำห้วยทับเสลา และปรับปรุงอาคารผันน้ำ พร้อมเสริมคันสปริงเวย์อ่างเก็บน้ำทับเสลา เพื่อให้สามารถส่งน้ำให้แก่พื้นที่เพาะปลูกในเขตอำเภอลานสัก อำเภอหนองฉาง อำเภอทัพทัน อำเภอหนองขาหย่างและอำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี รวมพื้นที่ได้รับประโยชน์ทั้งหมดประมาณ 166,957 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ชลประทานประมาณ 143,500 ไร่ และพื้นที่นอกเขตชลประทานประมาณ 200,000 ไร่ นั้น

ตามรายงานข่าวระบุว่า ภายหลังรับฟังบรรยาย พลเอกประยุทธ์ ได้มอบหมายให้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปรวบรวมแนวคิดทำเขื่อนแม่วงก์ที่ผ่านมา นำมาศึกษาความเป็นไปได้เน้นก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนสูงสุด เพื่อลดปัญหาความขัดแย้งกับประชาชน พร้อมกับเน้นย้ำเรื่องผลกระทบต่อป่าไม้ซึ่งเป็นต้นไม้ใหญ่ และพันธุ์หายาก รวมถึงสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่โดยเฉพาะเสือโคร่ง 

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้เสนอแนะให้กระจายสร้างเขื่อนขนาดเล็กในพื้นที่บริเวณรอบๆ เพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้น พร้อมหาวิธีการอื่นรวมถึงการพร่องน้ำมาใช้ในพื้นที่การเกษตร โดยกำชับให้หาข้อสรุปที่เหมาะสมที่สุด ให้คุ้มค่ากับความเสียหายของป่าไม้ สำหรับโครงการพัฒนาอ่างเก็บน้ำทับเสลา นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้อธิบดีกรมชลประทานรับไปดำเนินการต่อไป

 

ขณะที่ พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีข้อเสนอในการสร้างเขื่อนแม่วงก์ ว่าการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ถือเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อน แม้คนต้องการน้ำกรมชลประทาน ซึ่งมีหน้าที่จัดหาน้ำให้กับประชาชน ต้องศึกษาข้อมูลปริมาณน้ำและผู้ได้รับประโยชน์ที่ชัดเจน และหากท้ายที่สุดโครงการนี้ไม่สามารถสร้างได้ ก็ต้องมีทางเลือกอื่นๆ เช่นทำอ่างขนาดเล็กเพื่อตอบโจทย์การแก้ ปัญหา

ด้าน นายเกษมสันต์ จิณณวาโส ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุว่า โครงการสร้างเขื่อนแม่วงก์ อยู่ในข่ายต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรือ “อีเอชไอเอ” ซึ่งขณะนี้รายงานดังกล่าวยังไม่ผ่านความเห็นชอบ จากคณะกรรมการผู้ชำนาญการของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และถูกตีกลับในรอบสุดท้าย เมื่อช่วง ช่วงเดือน ก.ย. 2558 ที่ผ่านมา

โดยให้กรมชลประทานไปแก้ไขผลการศึกษา ประเด็นป่าไม้และสัตว์ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ โดยเฉพาะการขยายพันธุ์ของเสือโคร่งจากป่าห้วยขาแข้งมาในป่าแถบนี้ ที่ยังไม่มีการบรรจุข้อมูลเหล่านี้ในรายงานที่แก้ไขเข้ามา ดังนั้นถึงแม้กรมชลประทานจะเสนอแผนงาน แต่ขั้นตอนการเดินหน้าเขื่อนแม่วงก์ ยังต้องทำตามกระบวนการกฎหมาย และพิจารณาข้อมูลทางวิชาการ  

“เมื่อเกิดเป็นกระแสการก่อสร้างและคัดค้านขึ้นมาอีกครั้ง จึงมอบหมายให้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมทรัพยากรน้ำ เตรียมรายละเอียดข้อมูลของเขื่อนแม่วงก์ ชี้แจงต่อสาธารณชน อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เคยพูดคุยกับ นายศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร เกี่ยวกับทางเลือกการบริหารจัดการน้ำ โดยไม่ต้องสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ในป่าแม่วงก์ รวมทั้งการรับฟังความเห็นจากผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อป้องกันความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้น” 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

THAI FIGHT WARRIORS

THAI FIGHT WARRIORS

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ