การประชุมเร่งรัดการตรวจสอบรถยนต์จดประกอบที่เข้าข่ายหลีกเลี่ยงการเสียภาษี จำนวน 7,123 คันในวันนี้ (7 มี.ค. 59) ล่าสุดพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา กำหนดกรอบเวลา ภายในสิ้นปีนี้ โดยสถานะของรถทั้งหมดจะต้องชัดเจนขึ้น
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ใช้เวลาไม่ถึง 15 นาทีเข้าประชุมร่วม 7 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบรถยนต์จดประกอบที่เข้าข่ายหลี่เลี่ยงภาษี ประกอบด้วย กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร กรมสรรพากร กรมการขนส่งทางบก สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พร้อมระบุกรอบเวลาตรวจสอบสถานะรถยนต์ทั้งหมด จะต้องแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้
โดยกระบวนการตรวจสอบ จะใช้การบูรณาการร่วมกัน เริ่มจากกรมขนส่งทางบก ตรวจสอบจำนวนรถยนต์ที่เข้าข่ายหลีกเลี่ยงภาษี เพื่อส่งข้อมูลทั้งหมดให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ส่งต่อให้กรมศุลกากร ตรวจสอบเลขรถยนต์และเลข เครื่องยนต์ว่าตรงกันหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง หากพบว่าไม่มีความผิดจะส่งคืนเจ้าของรถ และหากพบว่ารถคันได้มีความผิด จะเรียกเก็บภาษีรถ และส่งข้อมูลกลับคืนให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อดำเนินคดีทางอาญาต่อไป
ซึ่งกระบวนการนี้จะถือว่าเร็วกว่ากระบวนการที่ผ่านมา เพราะเป็นการบูรณาการร่วมกัน จากเดิมที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ สืบหาข้อมูลเพียงหน่วยงานเดียว
ด้านพ.ต.ท.กรวัฒน์ ปานประภากร ผู้อำนวยการสำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยความคืบหน้าจากเดิมที่เคยส่งข้อมูลให้กรมศุลกากรตรวจสอบ จำนวน 399 คัน พบว่าดำเนินการเสร็จสิ้น 8 คัน เป็นรถที่มีความผิดฐานหลีกเลี่ยงภาษี ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการขยายผล เพราะมีข้อมูลว่ากระทำเป็นกระบวนการ ซึ่งขณะนี้กำลังออกหมายจับชาวมาเลเซีย 2 รายที่มีส่วนร่วมในกระบวนการขนรถดังกล่าว