จากกรณีเมื่อวันที่ 13 ก.ค. 2569 คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ คดีซื้อขายฟอเร็กซ์ (Forex) โดยไม่ได้รับอนุญาต ได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอาญารัชดาภิเษกพิจารณาออกหมายจับบุคคลและนิติบุคคล รวม 30 หมายจับ ในฐานความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 แต่ปรากฏว่าในช่วงเย็นวันเดียวกัน ศาลมีคำสั่งยกคำร้องที่ขออนุมัติออกหมายจับผู้ถูกกล่าวหารวม 22 ราย
โดยศาลให้เหตุผลว่า ผู้ต้องหากลุ่มนี้ยังมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง และอยู่ในวิสัยที่สามารถออกหมายเรียกตัวมาดำเนินคดีตามขั้นตอนปกติได้ พร้อมกำชับตรวจพยานหลักฐานละเอียดเพื่อป้องกันไม่ให้กระบวนการยุติธรรมตกเป็นเครื่องมือทางการเมือง และศาลได้พิจารณาคำร้องพร้อมหลักฐานอย่างละเอียดแล้ว จึงอนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหา 2 ราย ที่มีผู้เสียหายและพยานหลักฐานชัดเจน ทั้งนี้ สำหรับการออกหมายจับดังกล่าว ศาลได้พิจารณาพยานหลักฐานอย่างละเอียดเพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือทางการเมือง ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 14 ก.ค.2569 ที่ศูนย์ราชการฯ อาคารซี ชั้น 2 ฝั่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่ชุดศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการสืบสวนปราบปราม กองบังคับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 2 (กก.สส.ปป.บก.ตม.2) ร่วมกันจับกุม นายธีรพงษ์ หรือ โค้ชเจมส์ 1 ใน 2 ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีซื้อขายฟอเร็กซ์ (Forex) โดยไม่ได้รับอนุญาต ในฐานความผิด พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343
เนื่องด้วย โค้ชเจมส์ จัดอยู่ในกลุ่มผู้แนะนำโบรกเกอร์ หรือ ไอบี (IB : Introducing Broker) มีหน้าที่ให้คำแนะนำ หรือใช้วิธีสอนเทรด และเมื่อมีคนสนใจเทรดหรือลงทุน ก็จะแนะนำให้ไปพบโบรกเกอร์ หรือซื้อขายที่โบรกเกอร์ในกลุ่มเดียวกัน และยังปรากฏว่าเส้นทางการเงินของกลุ่มไอบี (IB) หรือ กลุ่มผู้แนะนำโบรกเกอร์ พบว่ามีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันหมดกับกลุ่มบริษัทโบรกเกอร์ และบริษัทเพย์เมนต์รับชำระเงิน ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทที่ผู้เสียหายส่วนใหญ่ในคดีได้ร้องทุกข์กล่าวโทษไว้ ทั้งนี้ การจับกุมตัว โค้ชเจมส์ ในวันนี้ พบว่าเป็นการเดินทางเข้าประเทศไทย จากประเทศต้นทางสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (เมืองดูไบ) ซึ่งเมื่อควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ เจ้าหน้าที่ได้มีการทำบันทึกจับกุม ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหามาส่งให้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ที่ ศูนย์ราชการฯ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยได้บันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่องในขณะจับและควบคุมตัวจนกระทั่งส่งมอบตัวผู้ต้องหา ให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565
ต่อมาเวลา 11.25 น. เจ้าหน้าที่ชุดศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ควบคุมตัว โค้ชเจมส์ มาถึงศูนย์ราชการฯ อาคารซี (C) ชั้น 2 โถงรับรองกรมสอบสวนคดีพิเศษ พบว่า โค้ชเจมส์ สวมเสื้อยืดคอกลมสีดำ กางเกงขาสั้นสีดำ ไม่ได้ใส่หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า และไม่ได้สวมกุญแจมือควบคุมตัว และเมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า “มีอะไรอยากจะชี้แจงหรือไม่ โดยเฉพาะการเทรดลงทุน Forex ว่ามีประโยชน์กับผู้ลงทุนอย่างไรบ้าง” โค้ชเจมส์ ยิ้มและพยักหน้าตอบรับคำถาม แต่ไม่ได้ตอบใด ๆ
ขณะที่ นายอมร กุศล ซึ่งรับหน้าที่เป็นทนายความของ โค้ชเจมส์ ได้ขออนุญาตผู้สื่อข่าวงดสัมภาษณ์เรื่องเนื้อหาภายในคดี โดยแจ้งว่า ตนจะเป็นผู้ให้สัมภาษณ์แทนลูกความ จากนั้นเมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า “โค้ชเจมส์ ยืนยันใช่หรือไม่ว่าไม่ได้กระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหา” ด้าน นายอมร กล่าวเสริมขึ้นมาแทนว่า “เราพร้อมที่จะชี้แจง และก่อนหน้านี้ได้มีหนังสือคำร้องขอประเด็นการสอบสวนไปยังพนักงานสอบสวนแล้ว แต่ก็แปลกใจว่าทำไมจึงมีการขอศาลออกหมายจับ” พร้อมย้ำว่า ลูกความปฏิเสธทุกข้อ ทั้ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน .