คนร้ายลอบวางระเบิดพื้นที่รือเสาะ จ.นราธิวาส บาดเจ็บ 1 ราย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

การก่อเหตุร้ายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องนับตั้งแต่วันที่ 13-14 มี.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งมีการก่อเหตุกว่า 20 จุดในพื้นที่เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 56 ปีขบวนการบีอาร์เอ็น โดยล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาคนร้ายลอบวางระเบิดแสวงเครื่องในถังขยะข้างบ้านประชาชนในพื้นที่อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 1 ราย ขณะที่นายกรัฐมนตรีสั่งกองทัพเร่งกวาดล้างจับกุมกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบมาดำเนินคดีโดยเร็ว

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (15 มี.ค. 59) ตำรวจสถานีตำรวจภูธรรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส รับแจ้งเหตุระเบิดในถังขยะข้างบ้านประชาชนบนถนนสายรือเสาะท่าเรือ หมู่ 10 ตำบลรือเสาะ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ส่วนบ้านพักของชาวบ้านได้รับความเสียหาย 2 หลัง

 

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบว่าระเบิดที่คนร้ายใช้เป็นระเบิดแสวงเครื่องประกอบใส่ในกล่องเหล็ก จุดชนวนด้วยการตั้งเวลา จึงเก็บเศษชิ้นส่วนที่ตกในที่เกิดเหตุไปตรวจสอบ ส่วนกลุ่มผู้ต้องสงสัยก่อเหตุครั้งนี้พบว่าเป็นวัยรุ่นชาย 2 รายนำถุงพลาสติกสีดำมาทิ้งในถังขยะก่อนเกิดระเบิดขึ้นในหนึ่งชั่วโมงให้หลัง

 

ส่วนเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสและยะลาเมื่อวันที่ 13-14 มี.ค. 59 พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ผู้บัญชาการทหารบก แม่ทัพภาคที่ 4 และกอ.รมน.ภาค 4 กวาดล้างพื้นที่เป้าหมายในจังหวัดนราธิวาส และพื้นที่ต่างๆ เพื่อจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว พร้อมฝากให้กำลังใจแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเจาะไอร้อง รวมทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองที่คุ้มครองความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ และขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า เจ้าหน้าที่จะดูแลอย่างดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องชาวไทยพุทธหรือมุสลิม

                 

ขณะที่นายวีรพงค์ แก้วสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี พร้อมด้วย พ.อ.สิทธิพร มุกสิกะสิน รองผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี พ.ต.อ.ธเรศ แก้วละเอียด รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี มอบหนังสือรับรอง 3 ฝ่าย ให้กับผู้ที่ผ่านกระบวนการโครงการพาคนกลับบ้าน โดยกลุ่มคนดังกล่าวได้ยุติการต่อสู้ด้วยวิธีใช้ความรุนแรงและพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งในครั้งนี้มีผู้มีผู้ที่ได้รับหนังสือตามคำสั่งศาล และออกหนังสือสำคัญในการรับรองการเพิงถอนหมายตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน จำนวนทั้งสิ้น 46 ราย

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ