“วันนอร์” รับการข่าวมีส่วนพลาด เหตุป่วนใต้ ชี้อย่าโทษกันเอง-เร่งอุดช่องโหว่

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“วันนอร์” ยันเหตุใต้เป็นงาน BRN แต่ไม่ปิดทางเจรจา เปิดโอกาสคุยหากพร้อม ย้ำต้องเจรจาบนฐานที่ถูกต้อง

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการผู้แทนพิเศษรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้สัมภาษณ์ถึงการหารือสถานการณ์ชายแดนใต้ว่า มีการหารือร่วมกับหลายฝ่าย ทั้งนายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ และหัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ รวมถึงกระทรวงมหาดไทยและอธิบดีกรมการปกครอง เพื่อทบทวนสถานการณ์ต่าง ๆ และหามาตรการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ดีขึ้น

 

ชายแดนใต้ ช่างภาพพีพีทีวี
“วันนอร์” รับการข่าวมีส่วนพลาด เหตุป่วนใต้ ชี้อย่าโทษกันเอง-เร่งอุดช่องโหว่

นายวันนอร์ กล่าวว่า ทุกฝ่ายได้ข้อสรุปว่าต้องร่วมมือกันทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายความมั่นคง กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงภาคประชาชน ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. และเทศบาล เพราะเป็นผู้ที่อยู่ในพื้นที่ ต้องร่วมมือกันหารือและช่วยกันป้องกันปัญหา วิธีการเดิมอาจยังใช้ได้ แต่ควรหามาตรการใหม่ ๆ และเครื่องมือใหม่ ๆ มาดำเนินการด้วยในช่วงต่อไป

เมื่อถามว่าแสดงว่าที่ผ่านมายังไม่ได้ร่วมมือกันทุกฝ่ายใช่หรือไม่ นายวันนอร์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเข้าใจว่าการบูรณาการความร่วมมือยังไม่แน่นพอ ต่างคนต่างทำ และอาจประเมินสถานการณ์ผิดพลาดไปบ้าง เช่น คิดว่าฝ่ายที่เห็นตรงข้ามกับเรา หรือผู้ก่อเหตุ อาจมีกำลังไม่มากเพียงพอ แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่า เราไม่ควรประมาทหรือมองข้ามฝ่ายที่จะมาทำร้ายบ้านเมืองและประชาชน ต้องประเมินสถานการณ์ให้ถูกต้องตามความเป็นจริง เพื่อหามาตรการป้องกันที่เหมาะสม

นายวันนอร์ กล่าวว่า ต้องรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย ทั้งส่วนราชการที่อยู่ในพื้นที่ ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา และกลุ่มมวลชนต่าง ๆ เพราะถึงเวลาที่ต้องผนึกกำลัง หากความมั่นคงไม่เกิดขึ้นหรือไม่ดี การลงทุนและการท่องเที่ยวก็จะไม่เกิดขึ้น บ้านเมือง โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็จะแย่ลง ดังนั้นทุกฝ่ายต้องช่วยกัน โดยจากที่หารือกันเมื่อสักครู่ นายกรัฐมนตรีสรุปว่าจะเดินหน้าบูรณาการและประสานงานกัน โดยให้เรื่องการดูแลความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้น ๆ

เมื่อถามว่าในวงหารือนายกรัฐมนตรีได้สอบถามหรือไม่ว่าสาเหตุของเหตุการณ์เกิดจากอะไร นายวันนอร์ กล่าวว่า เกิดจากหลายสาเหตุ มีการคาดการณ์และเดากันไปทั้งถูกและผิดบ้าง จึงคิดว่าควรตรวจสอบให้ครบถ้วนทุกประการ ไม่ควรประเมินจากการคาดเดาเพียงอย่างเดียว

เมื่อถามย้ำว่าไม่ได้เกี่ยวกับการเมืองไทยใช่หรือไม่ นายวันนอร์ กล่าวว่า จะบอกว่าไม่เกี่ยวเลยก็ไม่ได้ แต่ควรต่อสู้ให้ถูกต้อง ไม่ควรคิดเอาเอง ขณะเดียวกันนักการเมืองก็ไม่กล้าที่จะมาให้ข้อมูลหรือแสดงความคิดเห็น ดังนั้นสิ่งที่อยากให้เกิดขึ้นคือ ต้องให้ความไว้วางใจซึ่งกันและกันมากขึ้น เพราะประชาชนไม่กล้าพูด หากพูดตรงข้ามกับฝ่ายความมั่นคงก็อาจกลายเป็นผู้ร้าย หรือถูกมองว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามและสนับสนุนโจร

“สิ่งแรกที่ต้องเกิดขึ้นคือต้องไว้วางใจซึ่งกันและกัน และจริง ๆ ผมอยากพูดเรื่องเดิม คือให้นำพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่บอกว่าการแก้ปัญหาต้องเข้าถึง เข้าใจ และพัฒนา หากเราไม่ทำตามนี้ การพัฒนาก็ไม่เกิดขึ้น เพราะไม่ปลอดภัย ความปลอดภัยจะเกิดขึ้นต่อเมื่อเรามีความเข้าใจ ทำงานอย่างเข้าใจ และเข้าถึงปัญหาจริง ๆ ไม่ใช่การเดา” นายวันนอร์ กล่าว

นายวันนอร์ กล่าวว่า สถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้อาจไม่เหมือนกับสถานการณ์ที่กำลังสู้รบกับกัมพูชา เพราะกรณีนั้นเป็นสงครามโดยเปิดเผย แต่สถานการณ์ในภาคใต้เป็นลักษณะการต่อสู้กับองค์กรลับ ดังนั้นสถานการณ์จึงไม่เหมือนกัน หากนำคนที่ไม่เข้าใจและไม่เข้าถึงปัญหามาแก้ไข ก็จะแก้ปัญหาได้ลำบาก

ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าปัญหาครั้งนี้เกิดจากสายการข่าวทำงานบกพร่อง นายวันนอร์ กล่าวว่า ก็มีส่วน แต่ก็เห็นใจคนทำงาน เพราะคนก่อเหตุจะลงมือเมื่อฝ่ายป้องกันเผลอ การป้องกันก็ต้องมีเวลาที่เผลอบ้าง เช่น อบต.บางแห่งอาจไม่ได้ติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัย ไม่มีคนเฝ้า หรือบางแห่งไม่มีวงจรปิด ผู้ก่อเหตุก็จะดูว่าจุดไหนมีข้อบกพร่องหรือมีช่องว่าง และลงมือในจุดนั้น ตนเองเห็นใจทุกฝ่าย แต่ช่วงนี้เราไม่ควรทะเลาะกันเอง หรือมองอีกฝ่ายว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามกัน ต้องร่วมมือกันทำงานเพื่อประชาชน และต้องไว้ใจกัน

เมื่อถามย้ำว่า ชัดเจนหรือไม่ว่าเป็นการก่อเหตุของกลุ่มบีอาร์เอ็น นายวันนอร์ กล่าวว่า แน่นอนว่าเป็นงานของเขา แต่ถ้าเขาต้องการพูดคุย เราควรเปิดโอกาสให้มีการพูดคุย ไม่ควรปิดโอกาส แต่การพูดคุยต้องอยู่บนฐานของการเจรจาที่เหมาะสม

ส่วนการทำงานของภาครัฐที่มีความเข้มข้นขึ้น จะเป็นสาเหตุให้ปัญหาภาคใต้ยุติได้หรือไม่นั้น นายวันนอร์ กล่าวว่า ก็อาจมีส่วน เพราะฉะนั้นเราต้องเดินขาของเราให้มั่นคงแข็งแรง ขาหนึ่งคือการป้องกันพื้นที่ ดูแลความสงบ และดำเนินการจับกุมผู้ที่ปฏิบัติผิดกฎหมายทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นการก่อการร้ายหรือยาเสพติด ต้องเดินหน้าเต็มที่

“แต่อีกขาหนึ่งคือการขอความร่วมมือจากภาคประชาชน การเมืองท้องที่ ท้องถิ่น การเมืองระดับชาติ นักวิชาการ หรือใครก็ตามที่ต้องขอความร่วมมือ ขณะเดียวกันกระทรวงมหาดไทยจริง ๆ แล้วต้องให้ทำงานเต็มที่มากกว่านี้ในด้านความมั่นคง เพราะมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน กอ.รมน. และ อส. ต้องมาผนึกกำลังกันอย่างเต็มที่ ถึงเวลาที่ต้องผนึกกำลัง ผมว่าถ้าผนึกกำลังด้วยความเข้าอกเข้าใจและเต็มใจที่จะทำงานร่วมกัน อย่าไปคิดว่าฉันเก่งคนเดียว ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเก่ง ทุกคนถ้าร่วมมือกันจะมีพลัง” นายวันนอร์ กล่าว

นายวันนอร์ กล่าวเพิ่มว่า จากที่ติดตามสถานการณ์มาตลอด มีการพูดว่าผู้ก่อเหตุหนีไปฝั่งโน้น แต่ขณะนี้จากการที่คณะรัฐมนตรีไปประชุมที่ประเทศมาเลเซียที่ผ่านมา ทางมาเลเซียพร้อมที่จะให้ความร่วมมือ หากไทยส่งข้อมูลไปก็พร้อมให้ความร่วมมือ เพราะมาเลเซียก็ต้องการให้เกิดความสงบ เนื่องจากเหตุการณ์ไม่สงบในไทยส่งผลกระทบถึงมาเลเซียด้วย และไม่ต้องการให้สถานการณ์รุนแรงจนถึงขั้นมีการแทรกแซงจากภายนอก

“ถ้าร่างกายเราไม่แข็งแรง เมื่อไหร่โรคก็จะเข้ามาแทรกแซงเยอะ เพราะฉะนั้นเราต้องทำอย่างไรร่างกายของเราต้องแข็งแรง จะได้มีภูมิต้านทาน ร่างกายแข็งแรงก็คืออยู่ที่เราจะปฏิบัติตัว” นายวันนอร์ กล่าว

ส่วนคำสั่งของนายกรัฐมนตรีล่าสุด นายวันนอร์ เปิดเผยว่า จะต้องมีการประชุมกันต่อไป ต้องร่วมมือกัน และนำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาประเมินให้ถูกต้อง ก่อนหาวิธีการแก้ไขโดยร่วมมือกันทุกภาคส่วน ส่วนตัวมองว่าแนวโน้มน่าจะไปในทิศทางที่ดี และต้องติดตามเรื่องนี้ต่อไป โดยนายกรัฐมนตรีเดินทางไปภาคใต้ครั้งนี้ ก็คงจะต้องพูดคุยกันในเรื่องนี้ด้วย

เมื่อถามย้ำว่านายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้เป็นตัวหลักในการแก้ไขปัญหานี้หรือไม่ นายวันนอร์ กล่าวว่า ทุกคนต้องร่วมมือกัน ไม่มีใครเป็นพระเอก เพราะเป็นปัญหาใหญ่ การเกิดเหตุครั้งเดียวเกือบ 50-60 แห่ง ถือเป็นเรื่องใหญ่ ต้องร่วมมือกัน

เมื่อถามว่าบทบาทของกองทัพต้องปรับให้มีความเข้มงวดน้อยลงหรือไม่ นายวันนอร์ กล่าวว่า กองทัพต้องทำหน้าที่ของตัวเองไป แต่ต้องฟังคนอื่นด้วย และต้องทำงานร่วมกัน

เมื่อถามต่อว่า การพูดคุยในเดือนตุลาคมยังเป็นกรอบเดิมหรือไม่ นายวันนอร์ กล่าวว่า ทางหัวหน้าคณะผู้จัดการพูดคุยระบุว่า กรอบการพูดคุยอาจเร็วขึ้น จากเดิมช่วงปลายเดือนตุลาคม อาจเป็นช่วงกลางเดือนหรือต้นเดือน แต่ก่อนจะพูดคุยกันบนโต๊ะเจรจา ในระดับล่างหรือระดับเทคนิค ก็คงต้องเปิดการพูดคุยกันสัก 1-2 รอบก่อน และในเดือนกันยายนก็น่าจะมีการพูดคุยในระดับคณะเจรจาด้านเทคนิค เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุที่แท้จริง ไม่ควรเดาเรื่องนั้นเรื่องนี้ จะได้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากขึ้น

ส่วนจะแก้ไขได้อย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับหลายสาเหตุ ทั้งการทำให้ระบบความมั่นคงแข็งแรง และการร่วมมือกันในสังคม ประเทศ ภูมิภาค และสังคมโลก ต้องมีความร่วมมือกัน ความปลอดภัยต้องเป็นเรื่องสูงสุด ขณะเดียวกันควรนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ และเครื่องมือใหม่ ๆ มาใช้ เพื่อให้สามารถตรวจสอบและทำงานได้รวดเร็วขึ้น

เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีได้พูดถึงการวัดผลการทำงานในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนที่รวดเร็วหรือไม่ นายวันนอร์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาต้องมีปัญหาแน่นอน จะวัด KPI ตรงไหนก็มีปัญหา แต่ KPI ต่อไปต้องดีขึ้น หากไม่ดีขึ้น นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลก็จะต้องพิจารณาว่าเกิดจากอะไร แต่ตอนนี้ไม่อยากไปโทษคนอื่น ต้องพูดถึงเรื่องที่จะเดินหน้าต่อไปให้เกิดความสำเร็จให้ได้ เพราะประชาชนกำลังรอ

เมื่อถามอีกว่า ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติได้พูดถึงปัญหาของการข่าวครั้งนี้หรือไม่ นายวันนอร์ กล่าวว่า ตนบอกแล้วว่า ฝ่ายป้องกันไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่เท่ากับผู้ที่มุ่งมั่นจะก่อเหตุ เปรียบเหมือนการป้องกันทรัพย์สิน คนที่จะมาขโมยก็จะคอยดูว่าเราว่างเมื่อไหร่ จึงอาจมีช่องว่างบ้าง อย่าไปโทษกัน แต่ต้องนำข้อบกพร่องมาปรับปรุงต่อไป

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ