ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีสถาบันอุดมศึกษาที่เปิดสอนด้านการบินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีจำนวนนักศึกษาที่สนใจเข้าเรียนเพิ่มขึ้นทุกปี จากจำนวน 5,000 คน ในปี 2556 เพิ่มขึ้นเป็น 15,000 คน ในปีที่ 2558 ผ่านมา เพื่อตอบโจทย์ความต้องการในอุตสาหกรรมการบิน ที่มีความสำคัญและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการในการเดินทางที่สะดวกรวดเร็ว ตลอดจนนโยบายของภาครัฐที่จะผลักดันให้ไทย เป็นศูนย์กลางด้านการบินของภูมิภาคอาเซียน โดยจากการประเมินคุณภาพภายนอกสถาบันการศึกษาด้านการบินทั่วประเทศ โดยสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(องค์การมหาชน) หรือ “สมศ.” พบว่าล้วนมีผลการประเมินอยู่ในระดับดี – ดีมาก
ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการ สมศ. เปิดเผยว่า ทั่วประเทศไทยมีสถาบันอุดมศึกษาที่เปิดสอนหลักสูตรด้านการบิน 26 แห่ง ทุกแห่งต่างได้รับการประเมินคุณภาพภายนอกในระดับดี – ดีมาก โดยเฉพาะสถาบันการบินพลเรือน ที่เปิดสอนเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการบินแบบครบวงจรใน 2 กลุ่มหลักสูตร ได้แก่ 1.หลักสูตรภาคอากาศ อาทิ หลักสูตรนักบินพาณิชย์ หลักสูตรนักบินส่วนบุคคล และ 2.หลักสูตรภาคพื้นดิน อาทิ หลักสูตรเทคโนโลยีการบินบัณฑิต หลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต เป็นต้น ซึ่งตั้งแต่ก่อตั้งมาได้ผลิตบุคลากรป้อนอุตสาหกรรมการบินมาแล้วรวมกว่า 20,000 คน
ทั้งนี้ จากข้อมูลล่าสุดระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีนักบินอยู่ จำนวน 2,500-3,000 คน ในแต่ละปีธุรกิจการบินต้องการนักบินใหม่ เพื่อเพิ่มและทดแทนปีละ 400-500 คน แต่ในขณะที่ในแต่ละปีสามารถผลิตนักบินได้เพียง 200-300 คน รวมถึงกลุ่มวิศวกรด้านการบินและช่างอากาศยาน มีทั้งสิ้น 8,000-9,000 คน ในแต่ละปีสามารถผลิตบุคลากรด้านวิศวกรรมการบินได้เพียง 300-400 คนต่อปี จากความต้องการมากกว่า 400 คนต่อปี
นาวาอากาศเอกจิรพล เกื้อด้วง ผู้ว่าการสถาบันการบินพลเรือน
นาวาอากาศเอกจิรพล เกื้อด้วง ผู้ว่าการสถาบันการบินพลเรือน กล่าวว่า เฉพาะสถาบันการบินพลเรือน ในแต่ละปีสามารถผลิตบุคลากรป้อนอุตสาหกรรมการบินกว่า 1,800 คน ในจำนวนนี้เป็นนักบินประมาณ 200-300 คน ผ่านการจัดการเรียนการสอนที่ครบวงจร มีอุปกรณ์การสอนที่ทันสมัยและเพียงพอในการฝึกอบรม เช่น เครื่องบิน เครื่องฝึกบินจำลอง ห้องจำลองการฝึกการควบคุมจราจรทางอากาศ อุปกรณ์และเครื่องมือในการฝึกซ่อมบำรุงอากาศยาน เป็นต้น