ภายหลังการเข้าตรวจสอบระบบดับเพลิงห้องนิรภัย ของอาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ จนทำให้คนงานที่เข้าไปปรับปรุงระบบเสียชีวิต 8 ราย ล่าสุดวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยถึงสาเหตุที่อาจจะบ่งชี้ได้ชัดเจน ถึงผู้เกี่ยวข้องที่จะมีส่วนรับผิดชอบ
วันนี้(18 มี.ค. 2559) วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยสาเหตุการเสียชีวิตของบุคคลทั้ง 8 ราย ภายในห้องเก็บเอกสารอาคารไทยพาณิชย์สำนักงานใหญ่ ว่าเกิดขึ้นจากการสูดดูดสารที่เรียกว่า “แอโรซอล” ในปริมาณมากเกินกว่าที่ร่างกายจะรับได้ ส่งผลให้ภาวะหัวใจเต้นปกติ และเลือดไปเลี้ยงสมองไม่ทัน จนทำให้ขาดออกซิเจนในที่สุด
ส่วนปัจจัยที่ไปกระตุ้นระบบไพโรเจนให้ทำงาน และปล่อยสารแอโรซอล ศาสตราจารย์ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ระบุว่า มีแนวโน้มที่จะเกิดจากควันและฝุ่นที่สะสมมาเป็นเวลานาน เมื่อคนงานเข้าปรับปรุงซ่อมแซม ก็อาจมีส่วนไปกระตุ้นให้ระบบ ที่ขาดความต่อเนื่องในการดูแลรักษาทำงาน
นอกจากนี้วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ยังระบุว่า ตามหลักการหากมีบุคคลเข้าไปซ่อมแซมระบบในห้องนิรภัย ที่ใช้สารอ่อนไหวต่อประกายไฟและควันดับเพลิง จำเป็นต้อง “ปิดระบบป้องกันอัคคีภัยอัตโนมัติ” และมีบุคคลที่ผ่านการฝึกอบรมตาม พระราชบัญญัติอาชีวะอนามัยและสภาพแวดล้อมการทำงาน พ.ศ.2554 ควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งทั้งหมดเป็นที่ของทั้งผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง
ทั้งนี้ ล่าสุดพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ออกหมายจับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติม 5 ราย คือ นายจิระวัฒน์ เปรมปรีด์ วิศวกรโครงการปรับปรุงระบบป้องกันอัคคีภัย ของบริษัทเมก้า แพลนเน็ต ซึ่งได้เดินทางเข้ามอบตัวแล้ว และอีก 4 รายคือนายสมคิด ตันงาม นายสมคิด จันทร์หอม นายตรีภพ ยังประเสริฐกุล ผู้จัดการดูแลอาคาร ของบริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย)จำกัด และ น.ส.ขจรจิตร พรหมดีราช พนักงานบริษัท เอบิทมัลติซิสเต็ม จำกัด ในข้อหา กระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิต
ขณะที่ นายจิระวัฒน์ เปรมปรีดิ์ วิศวกรบริษัท เมก้า แพลนเน็ต จำกัด ระบุว่า ตลอดเวลานับจากติดตั้งระบบดับเพลิง ให้กับอาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ ตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่ผ่าน ได้ปฏิบัติตามมาตรฐานของกฎหมายทุกประการ โดยการเข้าควบคุมงานด้วยตัวเองทุกครั้ง ที่ดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซม แต่ยอมรับว่าในวันเกิดเหตุไม่ได้ดูแลหน้างานด้วยตัวเอง เพราะตรงกับวันลางาน