InnovestX เปิดธีมหุ้นไทยรับ "FIFA World Cup 2026"
ธีมหุ้นไทยรับ "FIFA World Cup 2026" เข้าสะสมลงทุนช่วง Early Bird ก่อนเริ่มแข่ง 2 สัปดาห์ - 1 เดือน
ณัฏฐ์วริน ไตรภพสกุล นักกลยุทธ์การลงทุนและนักวิเคราะห์อาวุโสกลุ่มหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก InnovestX ธนาคารไทยพาณิชย์ โดย InnovestX Research เลือกธีมหุ้นไทยรับ "FIFA World Cup 2026" โดยแนะนำให้เข้าสะสมลงทุนช่วง Early Bird ก่อนเริ่มแข่ง 2 สัปดาห์ - 1 เดือน และขายทำกำไรช่วงแข่งขัน
โดยอาศัยสถิติในอดีตชี้ WIN RATE มากกว่า 60% การแข่งขันฟุตบอลโลก 2569 (World Cup 2026) จะมีขึ้นในวันที่ 11 มิ.ย. - 19 ก.ค. 69
ถือเป็น Seasonal Event ที่มีผลเชิงจิตวิทยาการลงทุนต่อตลาดหุ้นไทย เพราะสามารถสร้างแรงบวกจูงใจให้เกิดการเก็งกำไรให้กับกลุ่ม Domestic Play ของไทยได้อย่างมีนัยสำคัญ
สะท้อนได้จากสถิติย้อนหลัง 4 รอบล่าสุด (ปี 2565, 2561, 2557, 2553) พบว่า SET มักให้ผลตอบแทนเป็นบวกในช่วงที่มีการแข่งขันเฉลี่ยราว 1.5% ด้วย Win Rate 75% (ชนะ 3 ใน 4 ครั้ง โดยมีเพียงปี 2561 ที่ผลตอบแทนติดลบ -4.1% จากผลกระทบของสงครามการค้าที่ฉุดความเชื่อมั่นโลก)
เปิดกลุ่มหุ้นที่รับอานิสงส์โดยตรงจากฟุตบอลโลก
ซึ่งกลุ่มหุ้นที่รับอานิสงส์โดยตรงจากฟุตบอลโลกมักจะให้ผลตอบแทนและ Win Rate ที่โดดเด่นกว่าเมื่อเทียบกับ SET ได้แก่
1. กลุ่มพาณิชย์ ได้ประโยชน์จากการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น ขนม เครื่องดื่ม และอาหาร เพื่อใช้ในการรับชมถ่ายทอดสดจะสูงขึ้น
2. กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ได้ประโยชน์จากยอดขายเครื่องดื่ม รวมถึงยอดสั่งอาหารเพื่อสังสรรค์ดูบอลจะสูงขึ้น
3. กลุ่มสื่อสารและสื่อบันเทิง ได้ประโยชน์จากความต้องการใช้ Data ที่สูงขึ้นสำหรับดูผลบอลสดหรือสตรีมมิ่ง รวมทั้งการใช้เม็ดเงินโฆษณาที่เพิ่มขึ้นจากแบรนด์สินค้าต่างๆ ที่เข้ามาเป็น Sponsor
มุมมองกลยุทธ์ลงทุน
เมื่ออิงจากสถิติ World Cup 4 ครั้งล่าสุด ซึ่งคาดจะมีเม็ดเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจจากการใช้จ่ายด้านบริโภคในประเทศเพื่อรับชมการถ่ายทอดสด และจะเป็นปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นราคาหุ้น Event Play ที่เกี่ยวข้อง
ดังนั้น INVX จึงแบ่งกลยุทธ์ลงทุนตามช่วงเวลา เพื่อหาจังหวะทำกำไร ดังนี้
1. Early Bird Play : จากสถิติการเข้าซื้อล่วงหน้า 2 สัปดาห์ -1 เดือนก่อนเริ่มแข่งขันจะให้ Risk/Reward ดีสุด ด้วย Win Rate > 60% โดยหากซื้อเพื่อไปขายทำกำไรก่อนแข่งขันวันแรกจะได้ผลตอบแทนเฉลี่ยราว 3.7%-4.0% (หรือ หากซื้อเพื่อไปขายทำกำไรวันสุดท้ายของการแข่งขันจะได้ผลตอบแทนเฉลี่ยราว 7%-5.0%)
ซึ่งมองมีสาเหตุเกิดจากราคาหุ้นยังไม่ได้สะท้อนข่าวไปทั้งหมดและเพิ่งจะเริ่มมีการนำเสนอประเด็นบอลโลกอย่างต่อเนื่อง จึงมองเป็นโอกาส “Selective Buy” ในหุ้นที่คาดจะมีแรงซื้อเก็งกำไรเข้ามา อาทิ CPALL CPAXT CENTEL MINT ADVANC TRUE PLANB CBG HTC ICHI ขณะที่แนะนำหาจังหวะขายทำกำไรในช่วงที่มีแข่งขัน เพราะมักเกิด "Sell on Fact" หลังการแข่งขันเริ่มแล้ว
2. Momentum Play : จากสถิติหากซื้อในช่วงมีการแข่งขัน โดยซื้อวันแข่งแรกและไปขายวันสุดท้ายของการแข่งขันจะได้ผลตอบแทนเฉลี่ยเพียงราว 1% และมี Win Rate ต่ำกว่า 60% แต่ยังเป็นโอกาสสำหรับสายเก็งกำไรระยะสั้น จึงมองเป็นโอกาส “Trading Buy” เน้นเข้าเร็วออกเร็ว โดยอาศัยกระแสข่าวที่กำลังพุ่งสู่จุดสูงสุด ซึ่งจากสถิติเดิมหุ้นที่คาดจะมีการปรับขึ้นได้ดีในช่วงแข่งขัน อาทิ CENTEL MINT CPAXT CPALL
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB