แพทย์ชี้คนกลุ่ม “ดาวน์ซินโดรม” ยังขาดโอกาสเข้ารับบริการทางการแพทย์-การศึกษา

โดย PPTV Online

เผยแพร่

แนะทุกภาคส่วนร่วมเลี้ยงดูเด็กกลุ่มดาวน์ด้วย หลัก 3H เพื่อพัฒนาทักษะให้อยู่ร่วมในสังคมได้เป็นปกติสุข

 

พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันราชานุกูล เผยว่า ปัจจุบันยังมีประชากรกลุ่มอาการดาวน์ อีกจำนวนมาก ที่ขาดโอกาสในการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ เห็นได้จากอัตราการเข้าถึงบริการของผู้บกพร่องทางสติปัญญา ปี 2556 เพียงร้อยละ 8.4 แสดงให้เห็นว่าการส่งเสริมสุขภาพ และกระตุ้นพัฒนาการในเด็กกลุ่มนี้ยังขาดความครอบคลุม นอกจากนี้ ยังขาดโอกาสเข้ารับการศึกษาในโรงเรียนการศึกษาพิเศษหรือโรงเรียนร่วม โดยพบว่านักเรียนบกพร่องทางสติปัญญาที่อยู่ในโรงเรียนการศึกษาพิเศษและเรียนร่วม ปี 2557 มีเพียงจำนวน 26,250 คน ดังนั้น การพัฒนาศักยภาพของเด็กกลุ่มอาการดาวน์เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอิสระ จึงต้องอาศัยความร่วมมือกันของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เพื่อให้เด็กได้รับโอกาสทางการศึกษา และมีโอกาสเรียนรู้ด้านต่างๆตามความชอบและความถนัดโดยไม่กีดกั้น ด้วยความเข้าใจ และยอมรับเพื่อให้เติบโตเป็นสมาชิกที่มีคุณค่าคนหนึ่งของสังคม ได้รับการยอมรับและอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคมได้ การใช้แนวทางการเลี้ยงดูเด็กกลุ่มอาการดาวน์ด้วย หลัก 3H จึงเป็นสิ่งที่เราต้องสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในการเลี้ยงดู เช่น ด้าน Health: เด็กๆ กลุ่มนี้มีโอกาสเกิดโรคของอวัยวะต่างๆ นับตั้งแต่ปัญหาสายตา ปัญหาการได้ยิน ซึ่งรบกวนการเรียนรู้และจำเป็นต้องตรวจประเมินตั้งแต่วัยทารกและติดตามต่อเนื่องทุกปี ปัญหาโรคหัวใจโดยกำเนิด พบได้ถึง 40 เปอร์เซ็นต์ จึงต้องตรวจอย่างละเอียดตั้งแต่เป็นทารก ส่วนปัญหาไทรอยด์ซึ่งพบร่วมได้อีกประมาณมากกว่าหนึ่งในสี่ จึงต้องมีการตรวจทุกๆปี

ด้าน Hope: เด็กกลุ่มนี้เมื่อมีสุขภาพที่ดีและมีการส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ต่อเนื่องตั้งแต่อายุน้อยๆ จะสามารถพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะด้วยอัตราที่แตกต่างจากเด็กทั่วไปบ้าง ดังนั้น การไม่ปิดกั้นการเรียนรู้ แต่มีการให้โอกาส ให้การแนะนำ ให้การสนับสนุนและให้เวลาแก่เด็ก จะช่วยให้เด็กกลุ่มนี้ “ทำได้” ทั้งในเรื่องการเรียนรู้ ไปโรงเรียน ดูแลตนเอง ช่วยเหลือครอบครัว ประกอบอาชีพและมีชีวิตที่เป็นอิสระและเป็นส่วนหนึ่งที่อยู่ร่วมในสังคมได้อย่างภาคภูมิ

ด้าน Heart: การดูแลเด็กที่แตกต่างอาจเป็นความเหนื่อยยากของพ่อแม่และครอบครัว โดยเฉพาะในช่วงแรกๆ อย่างไรก็ตาม พ่อแม่ที่สามารถให้ความรัก ให้ความใกล้ชิด เข้าใจและยอมรับเด็กด้วยหัวใจ จะสามารถผ่านพ้นช่วงเวลายากๆไปได้ โดยปัจจุบันนี้ เด็กๆและครอบครัวมีโอกาสในการได้รับสิทธิทางการแพทย์ การศึกษา การประกอบอาชีพและการใช้ชีวิตในสังคมหลายประการ เป็นอีกส่วนที่จะเอื้อให้พ่อแม่สามารถดูแลลูกด้วยหัวใจได้มากขึ้น

ด้าน นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า สำหรับภาพรวมในประเทศไทยพบการเกิดภาวะดาวน์ซินโดรมได้ 1 ใน 800 -1,000 ประชากร ซึ่งจากฐานข้อมูลประชากรไทย ปี 2558 พบว่ามีประชากรที่เป็นดาวน์ซินโดรมอยู่จำนวน 70,000-80,000 คน กลุ่มอาการดาวน์หรือดาวน์ซินโดรม เป็นภาวะที่เกิดจากการที่มียีนหรือสารพันธุกรรม ทำให้โครโมโซมส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กตั้งแต่เป็นทารกในครรภ์มารดา เด็กกลุ่มอาการดาวน์มักจะมีรูปร่างหน้าตาที่คล้ายกันในลักษณะเฉพาะตัว ซึ่งความเชื่อเดิมๆ ในอดีตที่ติดอยู่กับปัญหาสุขภาพ และพัฒนาการที่ล่าช้าของเด็กกลุ่มนี้มักสร้างตราบาป หรือข้อจำกัดต่อโอกาสในสังคม และสร้างปัญหาในการปรับตัวต่อพ่อแม่ผู้ปกครองอย่างมาก แต่ด้วยวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับความเข้าใจในมุมมองทางจิตใจและสังคม ปัจจุบันทำให้มีการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายต่อการสร้างโอกาสการพัฒนา ทำให้ผู้มีอาการดาวน์สามารถใช้ชีวิตในครอบครัวและสังคมอย่างมีความสุข

 

ขณะที่ นายสุชาติ โอวาทวรรณสกุล นายกสมาคมเพื่อคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย ตัวแทนกลุ่มพ่อแม่เข้มแข็งได้ ยอมรับว่าที่ผ่านมายังมีโรงเรียนอีกมากที่ปฏิเสธการรับเด็กพิเศษ หรือเด็กกลุ่มที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาเข้าเรียนร่วมในชั้นเรียนปกติ อาจสืบเนื่องมาจากหลายปัจจัยซึ่งส่วนตัวไม่คิดโทษครู อาจารย์ หรือผู้บริหารโรงเรียน ซึ่งปัญหาเหล่านี้ตนเองอยากจะวิงวอนทุกฝ่ายช่วยเหลือและให้โอกาส เพราะเด็กดาวน์นั้นสามารถพัฒนาได้เพียงแต่ช้ากว่าเด็กปกติในวัยเดียวกันเท่านั้น การศึกษาในห้องเรียนร่วมนั้นเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเด็กจะได้มีโอกาสเรียนรู้ทักษะด้านต่างๆ ร่วมกับเพื่อนที่อยู่ในวัยเดียวกัน ทำให้เกิดพัฒนาการที่ดีและส่งผลต่อโอกาสการช่วยเหลือตนเองในอนาคตของเด็กกลุ่มนี้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ