เมื่อวานนี้ ลูกบ้านโครงการ พูนสุข ปาร์ค ตำบลหนองปลาไหล อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี 20 หลังคาเรือน รวมตัวกันร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมอีกครั้ง หลังพบว่า บ้าน โครงการที่เป็นบ้านจัดสรร ที่พวกเขาซื้อ และใช้เวลาผ่อนมาเกือบสิบปี กลายเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลอื่น เพราะเจ้าของโครงการ นำสิทธิ์ของพวกเขาไปขายต่อให้กับบุคคลอื่น โดยที่พวกเขา ไม่เคยรู้มาก่อน
เมื่อวาน ทีมข่าว PPTV เปิดประเด็นนี้ และพบเอกสาร ว่าลูกบ้านในโครงการที่ถูกขายที่ดินให้คนอื่น มีหนังสือสัญญาจะซื้อจะขาย ที่ทำไว้กับโครงการ ส่วนใหญ่ทำในปี 2549 – 2551 แต่เมื่อผ่อนหมด ไม่สามารถโอนบ้านเป็นกรรมสิทธิ์ของพวกเขาเองได้
โครงการนี้ มีผู้ที่มีชื่อเกี่ยวข้อง 3 ราย เป็นหญิง 2 ราย ที่มีหลักฐานทำนิติกรรมในนามโครงการ พูนสุข ปาร์ค อีก 1 ราย คือ นายภิญโญ หอมกลั่น นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลหนองปลาไหล ซึ่งเคยมีชื่อเป็นกรรมการของพูนสุข ปาร์ค แต่อ้างว่า ลาออกมานานแล้ว หลังพบเห็นพฤติการณ์ผิดปกติ
อย่างที่เห็นกันไปแล้ว โครงการนี้ ลูกบ้านมีหนังสือที่เรียกว่า “สัญญาจะซื้อจะขาย” มีรูปแปลนโครงการว่าเป็นโครงการจัดสีอย่างชัดเจน หนังสือสัญญาจะซื้อจะขาย แม้จะยังไม่ใช่สัญญาซื้อขาย ไม่ใช่สิทธิครองครอง แต่ก็เห็นว่า ได้ทำสัญญากัน และลูกบ้านก็ผ่อนบ้านของพวกเขาเรื่อยมา
แต่ดูในเอกสารนี้เป็น “สัญญา ซื้อขายที่ดิน” 5 โฉนดในโครงการนี้เอกสารเขียนชัดเจน ผู้ขาย คือ พูนสุข ปาร์ค ระบุชื่อกรรมการ นายภิญโญ หอมกลิ่น ขายที่ดิน 5 แปลงนี้เมื่อ 11 สิงหาคม ปี 2554 ราคารวม 5 แปลง 3 ล้าน 5 แสนบาท เฉลี่ยแปลงละ 7 แสนบาท
นายภิญโญ บอก PPTV เมื่อวานนี้ว่า เขาลาออกจากกรรมการโครงการปี 2555 และเพิ่งมาเป็นนายกเทศมนตรี ปี 2556 ส่วนในสัญญาที่พบว่า เป็นผู้ไปทำเรื่องขายที่ดินตั้งแต่ปี 2554 เขาอ้างว่า ถูกปลอมลายเซ็นต์
ส่วนเอกสาร 2 ฉบับนี้ เป็นสัญญา ซื้อขายเช่นกัน ฉบับแรก ทางซ้าย เป็นสัญญาที่พูนสุข ปาร์ค ขายบ้านอีก 3 โฉนด ในเวลาเดียวกัน ให้กับคนผู้หนึ่ง เราสมมติชื่อ นาย A ในราคา 2 ล้าน 1 แสนบาท เฉลี่ยแปลงละ 7 แสนบาทเช่นกัน ขายเมื่อวันที่ 2 กันยายน ปี 2554 เป็นเวลาใกล้เคียงกับที่ขาย 5 โฉนด ที่เราให้ดูก่อนหน้านี้
เอกสารอีกฉบับ ยิ่งน่าสนใจ นาย A คนนี้ ขายที่ 1 ใน 3 แปลงที่ซื้อ มา ต่อให้หญิงอีกคนหนึ่ง ในราคา 7 แสน 8 หมื่นบาท
ที่น่าสนใจ ที่ดินเหล่านี้ ล้วนมีคนอาศัยอยู่ และยังผ่อนบ้านที่พวกเขาซื้อกับโครงการไว้ ในขณะที่ผู้ซื้อที่ดิน คนละ 5 แปลง หรือ 3 แปลงจ่ายเงิน ครั้งละ 2-3 ล้านบาท ทำไมไม่เคยลงมาดูที่ดินที่พวกเขาซื้อไปเลยหรือ นิติกรรมเหล่านี้ จึงเป็นที่น่าสนใจว่า เกิดขึ้นจริงหรือไม่
จากพฤติกรรมที่เห็น ทีมข่าว ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่ดินว่าทำไมถึงฉ้อโกงได้ง่าย พบว่า ระเบียบการโอนที่ดินจากโครงการจัดสรร มีเพียง ผู้ซื้อ และ ผู้ขายเท่านั้น มีรายละเอียดสิ่งปลูกสร้าง ทะเบียนบ้านครบถ้วน ก็โอนได้เลย โดยไม่ต้องมี “สัญญาจะซื้อจะขาย”ด้วยซ้ำ
เจ้าของ พูนสุข ปาร์ค อาจใช้วิธีเล่นแร่ แปรธาตุ โยกเงินไปมาในระหว่างทำโครงการนี้ เพราะถึงขนาด ยืมเงิน มาแลกกับบ้าน แล เอาบ้านไปขายคนอื่นต่อทั้งที่ไม่มาอยู่ มีเอกสารอีกชุดหนึ่ง ที่อาจบอกได้ว่า โครงการนี้ เกิดขึ้นจาก “มือเปล่า”
เอกสารเหล่านี้ เล่าเรื่องได้เป็นอย่างดี แผ่นแรก คือ เอกสารที่พูนสุขปาร์ค โดยตัวละครสำคัญ นางภรอนัญ ภคประเสริฐ ไปทำเรื่องขออนุญาตทำการจัดสรรที่ดิน เมื่อ 8 มกราคม ปี 2552 ก่อนไปพบเอกสารอีกฉบับ วันที่ 16 มีนาคม 2552 เป็นหนังสือยื่นคำขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ในที่ดินแปลงที่ขอจัดสรร
แต่ถ้าย้อนกลับไปดูวันที่ พูนสุข ปาร์ค ทำสัญญาจะซื้อจะขายกับ ลูกบ้าน ล้วนเกิดขึ้นก่อนนั้น คือ ปี 2549 – 2551 อย่างในเอกสารนี้ คือปี 2550 หมายความว่า พวกเขาขายโครงการ รับเงินจากลูกบ้านมาก่อน ที่จะขอทำโครงการจัดสรร และก่อนที่จะได้โฉนดมาด้วยซ้ำ
สรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กับโครงการนี้จะเห็นว่า ตลอด 10 ปี ที่ผ่านมาโครงการนี้มีความผิดปกติมาตลอด และนี่อาจเป็นช่องว่างที่ใหญ่โตของกฎหมาย ซึ่ง ลูกบ้านที่เสียหาย ยังต่อสู้ได้ ด้วยการพิสูจน์ว่าพวกเขา คือ เจ้าของตัวจริง ในขณะที่เจ้าของโฉนด ซื้อที่ดินไป ในระหว่างที่พวกเขาอาศัยอยู่ จ่ายเงินผ่อนบ้าน นอนที่นั่นจ่ายค่าส่วนกลาง จ่ายค่าเก็บขยะ ส่วนคนที่อ้างว่า จ่ายเงินซื้อไป น่าแปลกว่า ไม่ได้มาดูว่ามีคนอยู่ก่อนจ่ายเงินล้าน