หวั่นโรงไฟฟ้าขยะ ปนเปื้อนประปา กทม.

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เมื่อวานนี้ ในเวทีสัมมนาเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะ ที่ตำบลเชียงรากใหญ่ จังหวัดปทุมธานี มีความเคลื่อนไหวที่สำคัญของ “การประปานครหลวง” ที่ออกมาประกาศชัดเจนว่า ไม่เห็นด้วย กับสถานที่ก่อสร้างโครงการนี้ และวันนี้ ยังนำป้ายมาติดเพื่อเป็นหลักฐานยืนยันและน่าสนใจว่าในวันเดียวกัน คือ วันนี้แกนนำคนสำคัญที่คัดค้านโครงการก็ถูกเรียกไปปรับทัศนคติ

แม้จะยิ้มให้กับประชาชนที่มาให้กำลังใจ แต่นายทวีศักดิ์ อินกว่าง แกนนำคัดค้านโรงไฟฟ้าขยะเชียงรากใหญ่ ยังคงมีความกดดันก่อนเข้าห้องเจรจากับทหาร หลังถูกเรียกไปปรับทัศนคติ เขาเชื่อว่า นี่เป็นผลจากการที่นำชาวเชียงรากใหญ่ เดินหน้าคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะ ตลอด 1 ปี ที่ผ่านมา

นายทวีศักด์บอกว่า ที่ผ่านมาไม่เคยคัดค้านนโยบายของรัฐ เพียงแต่ไม่เห็นด้วยกับพื้นที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่มีชุมชนล้อมรอบ มีพื้นที่การเกษตร และใกล้แหล่งน้ำดิบสำแล ที่ใช้ผลิตน้ำประปาให้คนกรุงเทพมหานคร

ไม่ใช่ครั้งแรก ที่มีทหารเข้ามาพูดคุยกับฝ่ายต่อต้านโรงไฟฟ้าขยะ ที่เชียงรากใหญ่ เพราะทุกครั้งที่ฝ่ายคัดค้านประชาชนไปเคลื่อนไหว ก็มีหลายครั้งที่ทหารตามกลับไปพูดคุยด้วย

ในวันเดียวกัน ป้ายคัดค้านโรงไฟฟ้าขยะเชียงรากใหญ่ มีโลโก้ของสหภาพแรงงานรัฐวิสหกิจการประปานครหลวง ถูกติดไว้บริเวณสถานีสูบน้ำดิบสำแล ทั้ง 2 เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังผู้ช่วยผู้ว่าการการประปานครหลวง ออกมาแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับพื้นที่เตรียมก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะเชียงรากใหญ่

แม้คลองน้ำดิบสำแลจะอยู่ห่างจากจุดก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะ 1 กิโลเมตร แต่คลองสาขา 2 แห่ง ที่อยู่ติดกับจุดก่อสร้างโรงไฟฟ้า เชื่อมกับคลองน้ำอ้อมที่ปากคลองอยู่คู่ขนานกับแหล่งน้ำดิบสำแล ก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้ปนเปื้อนได้

ไม่เฉพาะการนำประชาชนเคลื่อนไหวจัดกิจกรรมเท่านั้น แต่ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ชาวเชียงรากใหญ่ได้ยื่นหนังสือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายครั้ง เพื่อขอรายละเอียดโครงการ แต่ได้คำตอบว่า ยังไม่ได้ก่อสร้าง สวนทางกำสิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่หลังเอกชนเข้ามาปรับหน้าดิน มีแนวโน้มว่าโครงการจะก่อสร้าง

เมื่อวานนี้ เป็นครั้งแรกที่ตัวแทนจากสหภาพแรงงานการประปานครหลวง แสดงจุดยืน ร่วมคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ ที่ตำบลเชียงรากใหญ่ จังหวัดปทุมธานี เพราะอยู่ใกล้แหล่งผลิตน้ำดิบสำแล ที่ผลิตน้ำประปาให้ชาวกรุงเทพมหานคร และมีความเสี่ยงว่าจะปนเปื้อนสารพิษ โดยย้ำว่า ที่ผ่านมา ไม่เคยได้รับความชัดเจนว่าโครงการนี้มีข้อมูลอย่างไร และเป็น

การประกาศจุดยืนเมื่อวานนี้ ทำให้ทีมข่าว PPTV ไปตรวจสอบกับผู้บริหารการประปานครหลวง ได้รับคำยืนยันจากรองผู้ว่าการการประปานครหลวงว่า ไม่ได้คัดค้านที่ตัวโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ แต่ไม่เห็นด้วยที่จะก่อสร้างที่จุดนี้ เพราะแหล่งน้ำดิบสำแล อ่อนไหวมาก ใช้เลี้ยงทั้งกรุงเทพมหานคร และใกล้จุดก่อสร้างมาก โดยที่ผ่านมา การประปา ไม่เคยไดรับข้อมูลใดๆจากโครงการเลย

ทำไมการประปานครหลวง จึงแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนในเรื่องนี้ มาดูที่ตั้งของโครงการนี้กันชัดๆ อีกครั้ง จากแผนที่ จะเห็นสถานีสูบน้ำดิบสำแล อยู่ทางซ้ายมือ ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา นี่เป็นแหล่งน้ำดิบที่ใหญ่ที่สุดของการประปานครหลวง ที่ส่งน้ำไปเลี้ยงทั้งกรุงเทพมหานคร ถัดไปทางขวาเป็นแนวทแยง ประมาณ 1 กิโลเมตร คือ สถานที่เตรียมการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ เชียงรากใหญ่ จะเห็นว่า ใกล้กันมาก

และเห็นได้ชัดว่า ที่ดินแปลงนี้ ขนาด 145 ไร่ ถูกไถปรับหน้าดินเตรียมพร้อมไว้แล้วสำหรับการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ ทั้งที่ทางจังหวัดปทุมธานี ยืนยันมาตลอดว่า โครงการนี้ ยังไม่ผ่านกระบวนการใดๆเลย แต่ทุกคนเห็นทั้งการซื้อขายที่ดิน เตรียมสถานที่ และเห็นแบบแปลนของโครงการที่ทำเสร็จแล้ว ภายในจะมีโรงไฟฟ้า 3 โรงขนาดโรงละ 8 / 8 / และ 9 เมกกะวัตต์ รวม 25 เมกกะวัตต์ ซึ่งฝ่ายคัดค้านสันนิษฐานว่า ที่แบบแปลนเป็นเช่นนี้ เพราะในช่วงนั้น กฎหมายระบุให้โรงไฟฟ้า กำลังการผลิตมากกว่า 10 เมกกะวัตต์ ต้องทำรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม หรือ EIA

ก่อนที่ภายหลัง จะมีมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ “โรงไฟฟ้าขยะ” เป็นโครงการที่ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องทำ EIA ซึ่งเป็นมติที่สร้างความไม่พอใจให้ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย เพราะเห็นว่า “การเผาขยะ” มีความเสี่ยงสูง ที่จะเกิดสารก่อมะเร็งร้ายแรง ตามที่มีงานวิจัยจำนวนมากในต่างประเทศ

ข้อกังวลสำคัญของการประปานครหลวง คือ โอกาสที่จะเกิดการปนเปื้อนของสารพิษจากโรงไฟฟ้าขยะ ไปยังสถานีสูบน้ำดิบสำแล โดยเฉพาะหากเกิดน้ำท่วม เช่น น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 พื้นที่นี้ ได้รับผลกระทบเช่นกัน และเส้นทางน้ำ ก็ไหลจากฝั่งที่ตั้งของโรงไฟฟ้า ไปยังแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เป็นที่ตั้งของสถานีสูบน้ำดิบสำแล

คำถามใหญ่ที่ยังคงอยู่ คือ ทำไมต้องสร้างโรงไฟฟ้าขยะที่จุดนี้ แม้ว่า จะเป็นจุดที่อ่อนไหวมาก เอกสารเหล่านี้อาจเป็นสาเหตุหนึ่ง

หนังสือสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน 145 ไร่ ผู้ซื้อเป็นผู้นำองค์กรปกครองท้องถิ่นในเชียงรากใหญ่ ซื้อที่ดิน จากนายบรรหาร ศิลปะอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี ในราคาประมาณไร่ละ 1 ล้านบาท และยังมีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ที่พลตำรวจโทคำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ร่วมกับบริษัทเอกชนที่จะก่อสร้างโครงการนี้ พาเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น และข้าราชการระดับสูงในจังหวัดปทุมธานี ไปดูตัวอย่างที่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้เห็นข้อดีของโครงการนี้ เป็นเหตุการณ์ก่อนที่พลตำรวจโทคำรณวิทย์ จะถูกจับกุมที่สนามบิน เพราะพกพาอาวุธปืน จนเป็นข่าวดังนั่นเอง

ท่าทีของการประปานครหลวง ถือว่า ยังน่าสนใจเป็นอย่างมาก เช่นเดียวกับท่าทีของฝ่ายทหารที่เชิญแกนนำเข้าไปพูดคุยในวันนี้ ในสถานการณ์ที่ โครงการโรงไฟฟ้าขยะ เป็นวาระแห่งชาติ จะสร้างทั่วประเทศ 53 แห่ง และเป็นหนึ่งในรูปแบบโครงการ ที่จะสร้างได้ง่ายขึ้น หลัง คสช.ใช้คำสั่งมาตรา 44 ยกเลิกผังเมืองรวม ก่อนหน้านี้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ