นาวาอากาศตรี นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เปิดเผยว่า ขณะนี้ พ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ได้ประกาศเป็นกฎหมายลงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เมื่อวันที่ 31 มี.ค. ที่ผ่านมา หลังจากใช้เวลาผลักดันมากว่า 5 ปี โดยจะมีผลบังคับใช้ในอีก 180 วัน คือวันที่ 27 ก.ย. ที่จะถึงนี้ สาระกฎหมายมีทั้งหมด 7 หมวด และบทเฉพาะกาลรวม 49 มาตรา มั่นใจว่ากฎหมายฉบับนี้จะทำให้สถานประกอบการเพื่อสุขภาพของไทยมีมาตรฐานและความปลอดภัย ได้รับความเชื่อมั่นจากผู้รับบริการและไม่ถูกมองว่าแอบแฝงบริการทางเพศ ซึ่งจะช่วยสร้างงานและรายได้ให้ประเทศเพิ่มขึ้น เนื่องจากธุรกิจนี้มีอัตราขยายตัวร้อยละ 15 ต่อปี ทำรายได้ปีละไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ กฎหมายดังกล่าวมีผลควบคุม ประเภทสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ดังนี้ 1. กิจการสปาซึ่งให้การดูแลเสริมสร้างสุขภาพ โดยใช้น้ำบำบัด นวดร่างกายเป็นหลัก และมีบริการอื่นเสริมอย่างน้อย 3 อย่าง ที่กำหนดในกิจการสปา เช่น การให้บริการด้วยความร้อน อาทิ ประคบหินร้อน อบซาวน่า การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ อาทิ แอโรบิค ฟิตเนส ฟิตบอล ไทเก๊ก โยคะ ฤาษีดัดตน และการทำสมาธิ อาทิ นั่งสมาธิ ชี่กง เรกิ และ 2. กิจการนวดเพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมความงาม เช่น นวดหน้า พอกหน้า ซึ่งพระราชบัญญัติฉบับนี้สามารถที่กำหนดเป็นกฎกระทรวงในภายหลัง เพื่อใช้บังคับกำกับกิจการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ที่ไม่ใช่การรักษาพยาบาล เช่น เนิร์สซิ่งโฮมดูแลผู้สูงอายุ และฟิตเนส
ผู้ดำเนินการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ต้องขอรับใบอนุญาตซึ่งมีอายุ 5 ปี จาก สบส. ขณะที่ผู้ให้บริการก็ต้องขึ้นทะเบียน และได้รับใบรับรองคุณวุฒิจากสถาบันการศึกษาที่ สบส. รับรอง ซึ่งขณะนี้มีกว่า 588 แห่งทั่วประเทศ ส่วนการโฆษณาต้องห้ามโอ้อวดสรรพคุณ อุปกรณ์ บริการ ผลิตภัณฑ์ เครื่องมือ และเครื่องใช้ต่างๆ เกินจริงว่าสามารถบำบัดรักษาหรือป้องกันโรคได้ รวมทั้งห้ามโฆษณาที่ส่อในทางลามกอนาจาร หากฝ่าฝืน เช่น แอบอ้างใช้ชื่อว่าเป็นสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ มีโทษปรับไม่เกิน 40,000 บาท ลักลอบเปิดสถานประกอบการเพื่อสุขภาพโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเพิกถอนใบอนุญาต เป็นต้น
ด้าน นพ.ภัทรพล จึงสมเจตไพศาล ผู้อำนวยการกองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ กล่าวต่อว่า ในส่วนของสถานประกอบการเพื่อสุขภาพรายใหม่ทุกประเภท ซึ่งคาดว่าจะมีหลายหมื่นแห่งทั่วประเทศ ขอให้เตรียมความพร้อมยื่นขอใบอนุญาตประกอบการที่ สบส. ส่วนสถานประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตมาก่อนหน้านี้ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 2 พ.ศ. 2551 ที่ออกตาม พ.ร.บ.สถานบริการ กระทรวงมหาดไทย พ.ศ. 2509 จำนวน 1,609 แห่ง อยู่ในกทม. 344 แห่งที่เหลืออยู่ในภูมิภาค ประกอบด้วยสปา 509 แห่ง นวด 1,070 แห่ง และเสริมสวย 30 แห่ง อนุโลมให้ดำเนินการต่อไปได้และให้ยื่นขออนุญาต ตามขั้นตอนกฎหมายใหม่ภายใน 180 วันหลังจากที่กฎหมายมีผลบังคับใช้