เตือน “ดีท็อกซ์” ถี่เกินความจำเป็น ส่งผลเสียมากกว่าผลดี


โดย PPTV Online

เผยแพร่




แพทย์ย้ำ “ดีท็อกซ์” ล้างพิษไม่ถูกวิธี – ถี่เกินความจำเป็นเสี่ยงเสียชีวิต

 

ปัจจุบันคนรุ่นใหม่นิยมทำดีท็อกซ์ล้างสารพิษกันอย่างแพร่หลาย แต่เหตุการณ์ล่าสุดที่มีผู้เสียชีวิตจากการทำดีท็อกซ์ ทำให้กระแสสังคมเริ่มกลับมาให้ความสนใจ ถึงอันตรายจากการดีท็อกซ์ล้างลำไส้ ที่แม้วิธีปฏิบัติจะดูไม่มีความอันตราย แต่หากทำไม่ถูกวิธีและถี่เกินความจำเป็น ก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพซึ่งรุนแรงถึงขั้นทำให้เสียชีวิตเลยทีเดียว

นพ.สุริยะ วงศ์คงคาเทพ อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ย้ำเตือนถึงผู้ที่นิยมทำดีท็อกซ์ล้างสารพิษในร่างกาย ระบุว่าการทำดีท็อกซ์บ่อยและถี่เกินความจำเป็น จะส่งผลเสียมากกว่าผลดีต่อสุขภาพร่างกายผู้ทำ โดยกรณีล่าสุดที่มีผู้เสียชีวิตอย่างเฉียบพลันนั้น สาเหตุเกิดจากร่างกายขาดน้ำและเกลือแร่อย่างรุนแรง เมื่อประกอบกับการที่ผู้เสียชีวิตงดอาหารร่วมด้วย จึงส่งผลต่อการเต้นของหัวใจทำให้เกิดชักและเสียชีวิตในที่สุด

“ปัจจุบันคนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดคิดว่า การทำดีท็อกซ์จะช่วยเร่งกระบวนการขจัดสารพิษในร่างกายได้ดีขึ้น แต่ในความเป็นจริงร่างกายของคนเรามีกระบวนการ ขจัดสารพิษตามธรรมชาติอยู่แล้ว โดยการทำงานของตับที่กรองและส่งของเสียผ่านถุงน้ำดี ไปยังลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่”

นพ.สุริยะ บอกว่าเนื่องจากขณะนี้การทำดีท็อกซ์ ไม่ได้มีกฎหมายกำหนดให้ผู้ทำ ต้องเป็นหมอ พยาบาล หรือสหวิชาชีพทางการแพทย์ ทำให้ใครก็สามารถให้บริการทำดีท็อกซ์ได้ ดังนั้น จึงอยากฝากเตือนไปยังประชาชน ให้ใช้ดุลยพินิจในการเลือกสถานบริการ หรือคิดไตร่ตรองให้รอบครอบว่าผู้ให้บริการ หรือคนที่ทำดีท็อกซ์ให้นั้นมีความรู้เพียงพอหรือไม่ แต่ถ้าจะให้ปลอดภัยควรทำให้สถานพยาบาล ในความควบคุมดูแลของผู้เชี่ยวชาญ

ทั้งนี้ ภายหลังปรากฎข่าวการเสียชีวิตของผู้ที่เดินทางไปทำดีท็อกซ์ โดยการงดอาหารและดื่มแต่น้ำผลไม้และน้ำสมุนไพร ที่สถานปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) ได้ส่งเจ้าหน้าที่กองกฎหมายและเจ้าหน้าที่สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ เข้าตรวจสอบสถานปฏิบัติธรรมดังกล่าวแล้ว

นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรม สบส.  ระบุว่า การล้างพิษ หรือ “ดีท็อกซ์” ถือว่าเป็นการแพทย์ทางเลือก จัดอยู่ในประเภทกิจการสปาเพื่อสุขภาพ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยการกำหนดสถานที่เพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมสวย ตาม พ.ร.บ.สถานบริการ ปี 2509 บริการประเภทนี้ประกอบด้วยการนวดเพื่อสุขภาพ และการใช้น้ำเพื่อสุขภาพ โดยอาจมีบริการอื่นเสริมด้วย เช่น การอบไอน้ำเพื่อสุขภาพ การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ โภชนบำบัดและการควบคุมอาหาร โยคะและการทำสมาธิ การใช้สมุนไพรหรือผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ตลอดจนการแพทย์ทางเลือกอื่นๆ

สถานที่ให้บริการตามที่ระบุในข้างต้น ต้องขึ้นทะเบียนกับ สบส. หากตรวจสอบพบว่าไม่มีการขึ้นทะเบียน แสดงว่าเป็นสถานประกอบการเถื่อน จึงขอความร่วมมือประชาชนหากพบมีการให้บริการดีท็อกซ์ ในสถานที่ที่ไม่ใช่สถานประกอบการเพื่อสุขภาพหรือสถานพยาบาล ให้แจ้งมายัง สบส. เพื่อเข้าดำเนินการตามกฎหมาย

ขณะนี้ กรม สบส. ได้จัดทำร่างกฎหมาย “พ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559” สำเร็จแล้ว อยู่ระหว่างลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยจะมีผลบังใช้ประมาณเดือน ต.ค. ปีนี้ เพื่อควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพทั้ง 3 ประเภท ซึ่งไม่ได้เป็นการรักษาโรค ได้แก่ 1.กิจการสปา 2.กิจการนวดเพื่อสุขภาพ 3.กิจการนวดเพื่อเสริมความงาม รวมถึงกิจการอื่นๆ เพื่อสุขภาพ กิจการทั้งหมดนี้จะต้องขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งผู้รับอนุญาต ผู้ดำเนินการ และผู้ให้บริการ จะต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มีวุฒิบัตรหรือประกาศนียบัตรด้านการบริการ และห้ามมิให้มีการโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณของบริการ ว่าสามารถบำบัด รักษาหรือป้องกันโรคได้ทุกชนิด

ทั้งนี้ ในปี 2558 ประเทศไทยมีสถานประกอบการเพื่อสุขภาพที่ได้รับรองมาตรฐานแล้วรวมทั้งหมด 1,609 แห่ง ประกอบด้วยสปา 509 แห่ง นวดเพื่อสุขภาพ 1,070 แห่ง นวดเพื่อเสริมสวย 30 แห่ง โดยอยู่ในส่วนภูมิภาค 1,265 แห่ง ที่เหลืออีก 344 แห่งอยู่ในกรุงเทพมหานคร

 

TOP ประเด็นร้อน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ