พบนักเรียนจำนวนมากยังมีทัศนคติ เรื่องเพศภาวะและเพศวิถี” ที่เป็นปัญหา

โดย PPTV Online

เผยแพร่

วิจัยชี้การสอนเพศวิถีในไทย ยังไม่ครอบคลุม “สิทธิทางเพศ” - “เพศภาวะ” - “ความรุนแรง”

การวิจัยเพื่อทบทวนการเรียนการสอนเพศวิถีศึกษารอบด้าน ในสถานศึกษาไทย ซึ่งสำรวจโรงเรียนสายสามัญและอาชีวศึกษา 398 แห่งทั่วประเทศ โดยมหาวิทยาลัยมหิดล กระทรวงศึกษาธิการ และองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) ประเทศไทย พบว่าในทางปฏิบัติแม้สถานศึกษาทั่วประเทศ จะมีการเรียนการสอนเพศวิถีศึกษา แต่ส่วนใหญ่สถานศึกษาสอนในมุมมองด้านบวกน้อยมาก โดยเฉพาะในเรื่องเพศภาวะ สิทธิทางเพศ ความหลายหลากทางเพศ และความรุนแรง 

ทั้งนี้ เมื่อเจาะลึกผลการศึกษาในด้านค่านิยมและทัศนคติของครู นักเรียน และผู้ปกครอง พบว่านักเรียนจำนวนมากยังคงมีทัศนคติที่เป็นปัญหาในเรื่องเพศภาวะและเพศวิถี เนื่องจากส่วนใหญ่มีทัศนคติที่ไม่เห็นด้วยกับความเท่าเทียมระหว่างเพศ และเห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงในครอบครัวในบางสถานการณ์ เช่น กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 28-41 คิดว่าสามีมีสิทธิทุบตีภรรยาหากไม่ซื่อสัตย์ต่อตนเอง ร้อยละ 13-50 คิดว่าความสัมพันธ์ทางเพศกับผู้ที่มีเพศเดียวกันเป็นสิ่งผิด

นอกจากนี้ ที่น่าแปลกใจและสะท้อนว่าระบบการศึกษาไทย จำเป็นต้องปรับปรุงกระบวนการเรียนการสอน ด้านเพศศึกษาอย่างเป็นระบบ พบว่าการเรียนการสอนเพศศึกษาในสถาบันการศึกษาไทย ซึ่งส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่ประเด็นการป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น การป้องกันโรคติตต่อทางเพศสัมพันธ์และเอดส์ กลับข้างสวนทางกับปัญหาทางเพศที่เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย เพราะในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามีแม่วัยรุ่นกว่า 1 ล้านคน ปัจจัยสำคัญเกิดจากการที่วัยรุ่นไทย 65% ไม่รู้วิธีคุมกําเนิดและไม่รู้วิธีการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ส่งผลทำให้ขณะนี้ทั่วประเทศ มีผู้ติดเชื้อเอดส์ 1.2 ล้านคน ที่น่าห่วงคือระยะหลังแนวโน้มการการติดเชื้อในกลุ่มชายรักชายพุ่งสูงมาก 

ผลวิจัยข้างต้นสอดคล้องกับความเห็นของผู้ปฏิบัติงานด้านเพศวิถีศึกษา ซึ่งสะท้อนมุมมองต่อประเด็นนี้อย่างน่าสนใจ 

โธมัส ดาวิน ผู้แทนองค์การยูนิเซฟประเทศไทย บอกว่า แม้ว่าหลายปีที่ผ่านมาประเทศไทย จะมีความก้าวหน้าในการขยายการเรียนการสอนวิชาเพศศึกษา แต่ในขณะเดียวกันต้องไม่ลืมว่าพ่อแม่มีบทบาทสำคัญ ในการสร้างบรรยากาศที่ทำให้เด็กและวัยรุ่นสามารถพูดคุยเรื่องเพศได้”

เช่นเดียวกับ พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ที่ระบุว่าปัญหาการให้ความรู้เกี่ยวกับเพศศึกษาในระบบการศึกษาและสังคมไทย เป็นไปในรูปแบบของการยัดเยียดความรู้เชิงวิชาการมากเกินไป ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ถือเป็นเรื่องที่เข้าใจค่อนข้างยาก ในขณะที่ร่างกายของเด็กเติบโตขึ้นทุกวัน และเรื่องเพศวิถีก็เติบโตไปพร้อมกับร่างกาย แต่พื้นที่ที่เปิดให้มีการพูดคุยเรื่องเพศอย่างเป็นกันเองมีน้อยมาก ดังนั้น พ่อและแม่ไม่ควรไปปิดกั้นการเรียนรู้เรื่องเพศของเด็กๆ 

ไม่ต่างกับความเห็นของตัวแทนเยาวชน ดญ.พลอยไพลิน จันทนางนนท์ หรือ น้องพลอย ที่บอกว่าอยากให้ทุกคนในสังคมไทยปรับตัว โดยเฉพาะในเรื่องของเพศที่สาม ไม่ว่าจะเป็นชายรักชายหรือหญิงรักหญิง ไม่อยากให้หลายคนมองคนเหล่านี้ว่าเป็นคนไม่ดี หรือการรักเพศเดียวกันเป็นสิ่งที่ผิด เพราะทุกคนในสังคมไม่ได้ชอบอะไรเหมือนกัน ที่สำคัญอยากให้การเรียนการสอนในห้องเรียน สอดแทรกความรู้เกี่ยวกับความรักเพศเดียวกัน เพื่อให้ทุกคนมีทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับเพศที่สามมากขึ้น

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ