ทนายคู่ใจแนะซื้อสินค้าออนไลน์ ขอดู "บัตรธุรกรรมทางออนไลน์" ป้องกันการถูกโกง !!

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ทนายคู่ใจ เตือนประชาชนซื้อสินค้าออนไลน์ให้ขอดูบัตรธุรกรรมทางออนไลน์ ป้องกันการถูกมิจฉาชีพโกง เผยสินค้าจะถูกหรือแพง ก็ถือว่าเป็นคดีฉ้อโกงทั้งสิ้น แจ้งความจับได้

หลายคนอาจเคยเห็นข่าวที่ว่ามีประชาชนซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์แล้วถูกโกงสินค้าอยู่บ่อยครั้ง ยกตัวอย่างเช่นกรณีล่าสุดที่กลายเป็นประเด็นดราม่าขึ้นมา หลังจากที่คุณ Nam Jiya สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ได้ตั้งกระทู้แฉเพจเฟซบุ๊ก “ปิล ชวนันท์ สหวงษ์ แฟนคลับ” โดยระบุว่าแอดมินเพจได้มีการโกงเงินค่าหนังสือจากแฟนคลับของครอบครัวปอ ทฤษฎี จำนวนหลายร้อยคน และได้หายตัวไปอย่างเงียบเชียบ ติดต่อไม่ได้ทุกช่องทาง หรือแม้กระทั่งจากในเฟซบุ๊กเอง ที่มักจะมีดราม่าอยู่เสมอในเรื่องของการสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์แล้วไม่ได้รับของ ทั้งนี้จากกรณีที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าปัจจุบันนี้ประชาชนหันมาซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์มากขึ้น อาจเป็นเพราะสะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องออกไปหาซื้อที่ไหน แค่เพียงรออยู่ที่บ้านก็ได้รับของ

แต่ความสะดวกสบายนั้นก็มาพร้อมกับความเสี่ยง เสี่ยงที่จะถูกโกงได้ตลอดเวลา เพราะการซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์ เรามักจะไม่ได้พบกับคนขายโดยตรง ส่วนใหญ่จะคุยกันผ่านทางแชทหรือโทรศัพท์เท่านั้น และมีน้อยคนนักที่จะได้เห็นรูปคนขายจากในเฟซบุ๊กที่มีการขายสินค้า แต่ก็ไม่มีอะไรที่ยืนยันได้ว่ารูปนั้นเป็นรูปของคนขายจริงๆ

เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว เราที่เป็น “ผู้ซื้อ” ก็ควรที่จะต้องหาวิธีป้องกันตัวเองจากการถูกโกง และวิธีรับมือหากตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพไปแล้ว โดยทีมข่าวนิวมีเดีย PPTV ได้สัมภาษณ์ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ จากเพจเฟซบุ๊ก “ทนายคู่ใจ” ถึงในกรณีเช่นนี้...

ทนายรณณรงค์ กล่าวว่า ความผิดเกี่ยวกับการซื้อสินค้าผ่านทางอินเทอร์เน็ตแล้วไม่ได้รับของเป็นความผิดฐานฉ้อโกง ซึ่งจะมีกฎหมายอยู่ 2 อย่างที่สามารถเอาผิดได้ นั่นคือ ประมวลกฎหมายอาญาเรื่องความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน มาตรา 434  ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกสูงถึง 5 ปี โทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท และพระราชบัญญัติความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(1) เรื่องการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ ซึ่งมีโทษจำคุกสูงถึง 5 ปี และมีโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท

ทั้งนี้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากกรณีที่ถูกหลอกให้โอนเงินไปแล้วไม่ได้รับสินค้า ให้จดเลขที่บัญชีที่โอนเงินเข้าไป เบอร์โทรศัพท์ที่ใช้ติดต่อ และถ้ามีการสนทนากันมาก่อน ให้ปริ้นท์ข้อความที่สนทนาออกมาให้หมด และให้ไปขอสเตทเมนท์จากธนาคารเพื่อเป็นหลักฐานว่าโอนเงินเข้าบัญชีใคร จากนั้นก็เอาหลักฐานทุกอย่างไปแจ้งความที่ สน.ในท้องที่ที่ได้ทำการโอนเงิน ย้ำว่า ต้องเป็น สน. ในท้องที่ที่ได้ทำการโอนเงินเท่านั้น เนื่องจากเป็นท้องที่ที่เกิดเหตุ โดยมูลคดีเกิดที่ไหน ท้องที่นั้นรับผิดชอบ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งถ้าหากไปแจ้งที่ สน.อื่น นอกจากศาลจะไม่รับฟ้องแล้ว ตำรวจจะไล่กลับบ้านด้วย

ทนายรณณรงค์  กล่าวต่อว่า หากเตรียมหลักฐานมาพร้อม ก็จะง่ายในการดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ก็จะสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว โดยเจ้าหน้าที่ก็จะกระทำการออกหมายเรียก ซึ่งเบื้องต้นปกติแล้วเจ้าหน้าที่จะออกหมายเรียกไปยังเจ้าของบัญชีที่ผู้เสียหายโอนเงินไป ซึ่งถ้าออกหมายเรียกไปสองครั้งแล้วเจ้าของบัญชีไม่มาแสดงตัว ทางเจ้าหน้าที่ก็จะออกหมายจับต่อไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย

“ไม่ว่าสินค้าจะราคาเท่าไหร่ก็ถือเป็นการฉ้อโกงทั้งสิ้น สามารถแจ้งความจับได้” 

ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงกรณีที่ซับซ้อนอีก โดยทนายรณรงค์ได้ยกตัวอย่างถึงกรณีเช่น ตนได้ซื้อสินค้ากับนาย ข. ซึ่งคุยกันผ่านทางอินเทอร์เน็ต และยังไม่เคยพบเจอกันสักครั้ง ซึ่งนาย ข. ก็ไปเอาออเดอร์สินค้าจากนาย ค. มาอีกทีหนึ่ง และเวลาจ่ายเงิน ตนไม่ได้โอนให้ นาย ข. โดยตรง แต่โอนให้นาย ค. แต่เมื่อนาย ค. กำลังจะส่งของมาให้ตน กลับกลายเป็นว่านาย ข. ก็โทรไปยกเลิกนาย ค. และบอกให้โอนเงินกลับมาที่ตัวเอง ซึ่งนาย ข. ก็จะได้เงินสดไปจากคนที่เป็นคนขายตัวจริง โดยที่ตัวของทนายไม่ได้รับสินค้า

จะเห็นได้ว่าในกรณีนี้ไม่ได้เป็นการโอนเงินเข้าบัญชีผู้ที่โกงโดยตรง จึงทำให้ไม่สามารถแจ้งจับนาย ข. ได้ แต่ทว่าสามารถไปแจ้งจับเจ้าของบัญชีที่โอนเงินเข้าไปได้ นั่นคือ นาย ค. คนขายตัวจริง ซึ่งไม่รู้เรื่องอะไรเลย เป็นเหยื่อเช่นกัน แต่กำลังถูกหมายจับ ซึ่งถ้าหากมีกรณีนี้เกิดขึ้น ผู้ขายตัวจริงจะโดนสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผิด เพราะผู้เสียหายโอนเงินเข้าไปหา ทั้งนี้ทางผู้ขายต้องออกมาชี้แจงที่ สน. ท้องที่ที่ผู้เสียหายได้ไปแจ้งความ ซึ่งหากไม่มา ก็จะมีหมายจับต่อไป

“วิธีการจับตัวผู้กระทำผิดจริงๆ ทางคนขายตัวจริงเขาก็จะมีเลขที่บัญชีการโอนเงิน ซึ่งเขาก็สามารถเอามาชี้แจงเพื่อให้ตำรวจออกหมายจับได้”

วิธีป้องกันไม่ให้ถูกโกง หากต้องการซื้อสินค้าออนไลน์

ทนายรณรงค์  แนะนำว่า ให้ดูความน่าเชื่อถือของร้านค้าที่ขายว่าร้านค้ามีประวัติเป็นอย่างไรบ้าง ถ้าเป็นร้านค้าตั้งใหม่ประวัติไม่มี ไม่ควรไปซื้อ หรือขอดูบัตรธุรกรรมออนไลน์ หรือเอกสารรับรองเรื่องของการค้าขายออนไลน์เป็นธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) ซึ่งจะมีชื่อเจ้าของผู้รับผิดชอบ หากดูแล้วชื่อตรงกับเลขบัญชีที่ให้โอนเงิน ก็มั่นใจได้ว่าจะไม่ถูกโกง เพราะสามารถตามตัวได้ เนื่องจากเป็นมาตรการของกระทรวงพาณิชย์ที่ให้เจ้าของร้านนำเอกสารไปยืนยันว่าร้านค้าของตัวเองถูกกฎหมาย

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ