เมื่อเวลา 13.00 น. นางสาววรสุดา สุขารมณ์ บุตรสาว นพ.เดชา สุขารมณ์ แถลงข่าวเปิดใจภายหลัง รพ.เดชา ถูกสั่งปิดปรับปรุงเป็นเวลา 60 วัน ระบุว่าตนขอเป็นตัวแทนครอบครัวสุขารมณ์ชี้แจงถึงข้อเท็จจริงดังกล่าว เนื่องจากมีผลกระทบต่อครอบครัวโดยตรง โดยกรณีข่าวที่ออกไปว่าเจ้าของ รพ.เดชา เสียชีวิต ทำให้สังคมสับสนว่าใครเป็นเจ้าของและผู้ดำเนินการ ขอยืนยันว่า นพ.เดชา ยังคงมีชีวิตอยู่ ขณะนี้อายุ 81 ปี แต่ยังมีสุขภาพแข็งแรง และ บริษัท สุขารมณ์ จำกัด ยังคงเป็นเจ้าของที่ดินและทรัพย์สิน รพ.เดชา 100% แต่ไม่ได้เข้ามาดำเนินการเป็นเวลา 10 ปีแล้ว เนื่องจากให้บริษัท ศรีอยุธ จำกัด เป็นผู้เช่าดำเนินการประกอบการต่อตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา โดยครอบครัวไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการบริหารใดๆ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นมีผลกระทบมากทั้งครอบครัวและพนักงานของ รพ. ซึ่งเป็นพนักงานเก่าของ บริษัท สุขารมณ์ จำกัด
“ขอยืนยันว่าตระกูลสุขารมณ์ ไม่ได้บริหาร รพ.เดชา มานานแล้ว โดยได้ให้ทาง บริษัท ศรีอยุธ จำกัด ดำเนินการเช่าต่อ ด้วยสัญญาเช่า 7 ปี ตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปี 2556 จากนั้นก็เป็นการทำสัญญาปีต่อปี แต่เมื่อปีที่แล้วทางศรีอยุธมีปัญหาขาดสภาพคล่อง ซึ่งทางเราก็ได้ติดต่อไปทางผู้บริหารเนื่องจากติดค้างค่าเช่ามาตลอด โดยได้มีการทวงถามตามกระบวนการทางกฎหมาย แต่ไม่ได้ไปจี้มากนักเนื่องจากหากทำรุนแรงอาจต้องถึงขั้นปิดโรงพยาบาล ประกอบกับทาง นายวีระนาถ วีระไวทยะ ป่วยหนักและมีการยืนยันว่าจะพยายามจ่าย โดยจะนำเงินจากค่าประกันสังคมจ่ายให้ แต่สุดท้ายก็ไม่มี จึงได้มีการฟ้องร้องต่อศาล เนื่องจาก บริษัท ศรีอยุธ จำกัด ค้างชำระหนี้มากกว่า 20 ล้านบาท”
น.ส.วรสุดา กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมามีหลายบริษัทมาติดต่อขอดำเนินกิจการ รพ.เดชา โดยทั้งหมดเป็นธุรกิจเกี่ยวกับโรงพยาบาล อย่างสิงคโปร์ก็มาติดต่อเช่นกันแต่ติดขัดเรื่องเอกสาร อย่างไรก็ตาม บริษัท สุขารมณ์ จำกัด ยินดีเจรจาทุกรูปแบบทั้งเช่าหรือซื้อโรงพยาบาลเดชา หากจะซื้อและไปทำธุรกิจอื่นก็ยินดี แต่ใจจริงอยากให้ดำเนินการเป็นโรงพยาบาลตามเดิม เพราะ รพ.เดชา ถือเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกของประเทศไทย แต่ก็จะดูคุณสมบัติของบริษัทที่เข้ามาด้วย เพราะไม่อยากให้เกิดลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก ทั้งนี้ หากเป็นการซื้อต่อกิจการคาดว่ามูลค่าทรัพย์สินไม่น่าต่ำกว่า 500 ล้านบาท
สำหรับปัญหาค้างค่าแรงที่เกิดขึ้นกับพนักงาน ขณะนี้ทางเราได้พยายามติดต่อกับ บริษัท ศรีอยุธ จำกัด เพื่อเร่งให้เคลียร์เรื่องเงินเดือนให้พนักงาน รวมทั้งการบริหารทั้งหมด ซึ่งตามข่าวทาง บริษัท ศรีอยุธ จำกัด บอกว่าจะเคลียร์ปัญหาทั้งหมดให้ได้ภายใน 60 วัน แต่ความมั่นใจก็ยังเป็นคำถามอยู่
“ที่ผ่านมา บริษัท ศรีอยุธ จำกัด ไม่เคยติดต่อหรือเจรจากับเราเลย มีเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ได้พบกับ จ่าสิบเอกชาญณรงค์ ประเสริฐศรี ประธานกรรมการบริหารบริษัท ศรีอยุธ จำกัด แต่กลับได้คำตอบว่าไม่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะเป็นเพียงผู้แทน และมีข่าวว่าทางจ่าสิบเอกชาญณรงค์ ลาออกจากตำแหน่งไปแล้ว ทางเราจึงได้ให้ทนายดำเนินการเรื่องนี้แล้วว่า จะยกเลิกสัญญากับ บริษัท ศรีอยุธ จำกัด ได้หรือไม่ และจะเปิดโอกาสให้บริษัทอื่นเข้ามาเจรจาเพื่อบริหารงานต่อไป”