"จุลพันธ์" เดินหน้าสะสางปัญหาประกันสังคม แย้มเตรียมลดเงินสมทบผู้ประกันตน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"จุลพันธ์" เดินหน้าสะสางปัญหาประกันสังคม ชี้ เป็นไปได้เอาออกจากระบบราชการ ลั่น ต้องไร้แทรกแซงการเมืองทุกสีทุกฝ่าย แย้มเตรียมลดเงินสมทบผู้ประกันตน

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้แถลงภายหลังการมอบนโยบายให้กับผู้บริหารกระทรวงฯเสร็จสิ้น ถึงแนวทางการทำงานนโยบายเร่งด่วน และแนวทางเพื่อกำกับดูแลสำนักงานประกันสังคม โดยยืนยันว่า การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม จะยังคงมีการเลือกตั้งตามกรอบเวลาเดิมที่สำนักงานได้กำหนดขึ้น

โดยจะใช้สูตรการเลือกตั้งแบบปัจจุบัน คือ 1 เลือก 7  โดยตนจะมีการลงนามภายหลังจากที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเรียบร้อยแล้วในวันที่ 9-10 เม.ย.นี้ เพื่อให้การเลือกตั้งเกิดขึ้นตามกรอบระยะเวลา

ประกันสังคม ช่างภาพพีพีทีวี
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

พร้อมกับกล่าวว่า ตนเองอยากเห็นสำนักงานประกันสังคม เป็นองค์กรหลักที่ดูแลเงินของแรงงานได้อย่างมีอิสระ โดยไม่ขึ้นอยู่ภายใต้การกำกับ หรือการแทรกแซงของฝ่ายการเมือง  

นายจุลพันธ์ ยืนยันว่า ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว หรือแทรกแซงการทำงาน โดยจะให้การทำงานของสำนักงานประกันสังคมมีอิสระและโปร่งใส และจะต้องอิสระจากการเมืองทุกฝ่าย ทุกสี  

อยากเรียกร้อง สำนักงานประกันสังคม และกลุ่มการเมืองต่างๆ ตนเองต้องการปฏิรูปสำนักงานประกันสังคม ให้เป็นองค์กรที่สามารถพึ่งพาได้ ไม่กลายเป็นขั้วการเมืองขั้วใดขั้วหนึ่ง ทุกฝ่ายควรให้ความร่วมมือปล่อยให้ประกันสังคมสามารถเดินหน้าได้ด้วยความเป็นกลาง ซึ่งจะถือให้จุดนี้เป็นการทำงานในจุดเริ่มต้นก่อน และจะลงรายละเอียดต่อไปในอนาคต

ส่วนการบริหารจัดการของสำนักงานประกันสังคม ณ วันนี้ ได้พูดคุยว่าควรจะมีการปรับเปลี่ยนอย่างไรในอนาคต เพื่อให้เป็นมืออาชีพมากขึ้น โดยเฉพาะในการลงทุน และจะมีการพัฒนาโครงสร้างคณะกรรมการฯอย่างไร เพื่อให้มีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น  โดยจะหารือกัน เพื่อให้การแก้ไขเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย จนนำไปสู่ประโยชน์สูงสุดกับผู้ประกันตนทุกคน 

สำหรับประเด็นการปรับสวัสดิการ จะต้องมาหารือและตั้งทีมทำงานร่วมกัน ที่ไม่ใช่แค่เฉพาะกระทรวงแรงงานเท่านั้น แต่จะมีทีมที่มาจาก สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. และ กระทรวงสาธารณสุข เช่น กลุ่มแพทย์ เพื่อให้การปรับปรุงและพัฒนาสวัสดิการ ครอบคลุมทั้งผู้ประกันตน และผู้ที่มาให้บริการกับผู้ประกันตนด้วย 

ส่วนเรื่องสูตรคำนวณบำนาญชราภาพสูตรใหม่ หรือ สูตร CARE จะต้องหากลไกให้เกิดความสมดุล อาจเป็นทางเลือกให้ผู้ประกันตน ซึ่งให้สำนักงานประกันสังคมไปศึกษา และนำมาพิจารณาอีกครั้ง ก่อนที่จะอนุมัติการเปลี่ยนแปลง

ขณะที่ความเป็นไปได้ในการเอาสำนักงานประกันสังคมออกจากระบบราชการนั้น เป็นไปได้หรือไม่ นายจุลพันธ์ มองว่า เป็นไปได้ แต่ต้องพิจารณาให้รอบคอบ แต่ยืนยันว่า ไม่ควรมีขั้วการเมืองไปเกี่ยวข้องกับสำนักงานประกันสังคม

ด้านนโยบายหรือแนวทางการบริหารแรงงานข้ามชาติ โดยเฉพาะแรงงานกัมพูชานั้น นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ตนเองได้รับเรื่องจากสภาอุตสาหกรรมและสภาหอการค้ามาแล้ว ตั้งแต่ก่อนเข้ารับตำแหน่ง ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย  โดยเข้าใจว่าเป็นเรื่องของการขาดแคลนแรงงานในบางงาน เช่น งานภาคการเกษตรในพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งรับทราบปัญหา แต่ขอเวลาในการแก้ไขปัญหา โดยการต่ออายุใบอนุญาตทำงานแรงงาน 3 สัญชาติ ทั้งเมียนมา ลาว และเวียดนาม ได้ดำเนินการแล้ว และมีการตกหล่นประมาณ 2 - 3 แสนคน ก็จะดำเนินหามาตรการแก้ปัญหาต่อไป 

ส่วนเรื่องแรงงานกัมพูชา จะต้องอยู่ที่นโยบายหลักของรัฐบาล ซึ่งได้มีหนังสือไปถึงก่อนหน้านี้แล้ว จึงต้องรอความชัดเจนจากการประชุม คณะรัฐมนตรี หรือ ครม. นอกจากนี้ ยังพูดถึงการหยุดชะงักของการส่งแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ ซึ่งต้องหากลุ่มประเทศใหม่

ขณะที่สถานการณ์ความเปราะบางของเศรษฐกิจในประเทศ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการจ้างงาน กระทรวงแรงงานจะมีนโยบายเร่งด่วนอะไรบ้าง นายจุลพันธ์ เปิดเผยว่า สิ่งแรกที่จะช่วยแรงงาน คือ การออกมาตรการลดเงินสมทบประกันสังคม และการสร้างมาตรการรองรับ ด้วยการคงการจ้างงาน หากสถานการณ์รุนแรงกว่านี้ ซึ่งมีการวางกรอบและรอรายละเอียดที่ชัดเจน

สิ่งสำคัญที่สุด คือ เอกชนจะต้องเดินหน้าได้ การจ้างงานจะต้องไม่ดรอปลงไป เพราะถ้าแรงงานหลุดจากระบบการจ้างงาน ทักษะของแรงงานก็จะหายไปจากระบบ ทำให้ผลิตภาพของประเทศตกไปอย่างเปล่าประโยชน์ ดังนั้น การคงการจ้างงาน อาจจะลดเวลาทำงาน โดยภาครัฐสนับสนุนในเรื่องของเม็ดเงินไปยังเอกชนหรือแรงงาน เราต้องหาแนวทางรองรับ เพราะมีแนวโน้มว่าวิกฤตพลังงานจะหนักหน่วงกว่าที่เป็นอยู่

สำหรับข้อสั่งการให้ Work from home หรือ Work from anywhere เป็นมาตรการที่หารือกับนายกรัฐมนตรี วันนี้ ยังไม่ใช่การบังคับ แต่เป็นการขอความร่วมมือ โดยจะบังคับทุกหน่วยงานคงไม่ได้ ขึ้นอยู่กับเนื้องาน ซึ่งให้โจทย์ทุกหน่วยงานไปพิจารณา 

วิกฤตครั้งนี้ เป็นของจริง เราต้องการให้มีการช่วยกันในเรื่องของประหยัดพลังงานให้มากที่สุด

ขณะที่ ความเป็นไปได้ การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ปี 2569 กล่างว่า ตนเองอยากให้มีการปรับเพิ่ม แต่ต้องพิจารณาสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันด้วย ซึ่งหากเศรษฐกิจดี ก็จะมีการปรับให้เหมาะสม แต่สิ่งที่มีการพูดคุยกัน คือ การสร้างกลไกในการพิจารณาปรับค่าจ้างขั้นต่ำให้เป็นไปตามอัตโนมัติ ลดดุลยพินิจลง โดยต้องดูหลายมิติ ไม่เพียงแค่ดูเรื่องเงินเฟ้อเท่านั้น

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การแก้ปัญหาต่างๆในกระทรวงแรงงานนั้นจะสามารถทำเสร็จสิ้นภายใน 4 ปีที่ได้ดำรงตำแหน่งหรือไม่ ระบุว่า การแก้ไขปัญหา ไม่ใช่แค่จะไปแก้ที่ระบบแล้วมาให้คำตอบได้ เพราะข้อมูลที่อยู่ด้านในมันผิดมาตั้งแต่ระบบเก่า จึงต้องเข้าไปสะสางทีละปัญหา แต่จะเสร็จทัน 4 ปีนี้หรือไม่ ตนเองคงไม่รับปากว่าจะใช้เวลา 2 เดือน หรือ 2 ปี หรือเท่าไหร่ เพื่อแก้ปัญหา เพราะคงทำไม่ได้ แต่จะทำให้ดีที่สุดในช่วง ที่ตนเองดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

อย่างไรก็ตาม ตนเองได้ยังมีการวาง KPI ให้กับแต่ละหน่วยงานในกระทรวงฯ ว่าทำงานประสบความสำเร็จ และตอบโจทย์ปัญหาแรงงานหรือไม่ แต่จะกำหนดเท่าไหร่อย่างไรบ้างนั้นต้องพิจารณาเรื่องรายละอียดอีกครั้ง

พร้อมกับกล่าวทิ้งท้ายว่า จากการดูปัญหาของกระทรวงแรงงาน ยังไม่เจอว่าปัญหาไหนยาก ซึ่งหากได้รับมอบหมายมาแล้วก็ต้องทำให้ดีที่สุด ส่วนประเด็นไหนกังวลที่สุด และการรื้อประกันสังคมใหม่นั้นเป็นปัญหาที่หนักสุดหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไม่ ซึ่งปัญหาทั้งหมดมีโจทย์หมดและมีเป้าหมายชัดเจน แต่การแก้ปัญหาแต่ละละอย่างนั้นจะเสร็จเมื่อไหร่เท่านั้นเอง ซึ่งตนเองต้องเร่งทำทุกอย่าง เนื่องจากสถานการณ์บีบบังคับ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ