แผลพุพองขนาดใหญ่ บริเวณแขนขวาของผู้ป่วยรายนี้ เริ่มลุกลามไปทั้งแขน หลังเกิดเหตุได้เพียง 2 วัน โดยผู้ป่วยรายนี้ เชื่อว่าเกิดจากพิษของแมลงชนิดหนึ่ง
สายตรวจพิชิตโรค จึงออกตามหาแมลงมีพิษ ที่เชื่อว่าทำให้หญิงรายนี้เกิดแผลพุพอง เราเลือกลงพื้นที่เขตหนอกจอก ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญด้านแมลง ที่ระบุว่าอาจจะเจอแมลงชนิดนี้ พร้อมตั้งคำถามหาพิกัดในช่องทางออนไลน์ แม้จะหายาก แต่ในที่สุดก็มีคนพบเบาะแสแมลงชนิดนี้ เราจึงรีบไปตามคำแนะนำ แต่ก็ไม่พบแมลงชนิดนี้แต่ชาวบ้านที่นี้หลายคน ยืนยันว่าเคยเจอบ่อย
แม้แต่ช่องทางออนไลน์ที่เปิดถาม ก็พบว่าในเขตเมืองหลายแห่ง เคยเจอเช่นกัน นั่นทำให้เชื่อได้ว่า แมลงชนิดนี้เคยถูกพบในเขตเมือง สอดคล้องกับข้อมูลของผู้เชี่ยวชาญ ที่ยืนยันว่าแมลงชนิดนี้พบเราได้ทั่วไปทุกจังหวัดในประเทศไทย
แมลงมีพิษที่เราตามหาอยู่นี้คือ "ด้วงก้นกระดก" มีขนาด 4-7 มิลลิเมตร ลำตัวสีดำ สลับส้มหรือแดง หนวดสั้น มี 6 ขา ส่วนท้องจะกระดกตลอดเวลา แมลงชนิดนี้ไม่กัดคน แต่สามารถปล่อยพิษ มีชื่อว่า "พิเดอริน" พิษจะซึมเข้าร่างกายได้ จะพบมากในช่วงต้นและหลังฤดูฝน
ผู้เชียวชาญวิเคราะห์ลักษณะแผลพุพองของผู้ป่วยรายนี้ มีอาการใกล้เคียงกับพิษจากด้วงก้นกระดก จากข้อมูล ถือเป็นหนึ่งในแมลงมีพิษที่ทำอันตรายคนไทยได้มากกว่าแมลงมีพิษชนิดอื่น
พิษจากด้วงก้นกระดก บางรายอาจไม่รุนแรง มีเพียงอาการปวมแดง ปวดแสบร้อนที่ผิวหนัง แต่หากแพ้พิษชนิดนี้ อาจทำให้แผลลุกลาม เป็นแผลพุพอง หากไม่ได้รับการรักษา อาจส่งผลให้เลือดออกในอวัยวะภายในร่างกาย อย่างไรก็ตามไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากด้วงก้นกระดก
ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญ แนะนำว่า หากถูกพิษจาก เบื้องต้น ให้รีบล้างด้วยน้ำสะอาดทันที ทาด้วยครีมปฏิชีวนะป้องกันการติดเชื้อ หากอาการไม่ดีขึ้นต้องรีบไปพบแพทย์ หากพื้นที่ใดพบจำนวนมาก สามารถใช้ยาฆ่าแมลงฉีดพ่นได้