พ่อ-แม่ ทำอย่างไร เมื่อลูกมาบอกว่าเป็น ‘ตุ๊ด’ ?

โดย PPTV Online

เผยแพร่

แนะพ่อแม่เปิดใจยอมรับในสิ่งที่ลูกเป็น ส่วนตัวลูกเองต้องทำให้เห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นเพศอะไรก็ยังเป็นลูกที่ดีได้

เพิ่งผ่านพ้นไปสดๆ ร้อนๆ สำหรับวันสากลยุติความเกลียดกลัวคนรักเพศเดียวกัน คนข้ามเพศ และคนรักสองเพศ (International Day Against Homophobia, Transphobia and Biphobia หรือ IDAHOT) ซึ่งตรงกับวันที่ 17 พ.ค. ของทุกปี ในปีนี้เครือข่ายรณรงค์ในประเทศไทย ร่วมกันเปิดเวทีเสวนา พ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ เพื่อหวังสื่อสารให้คนไทยเข้าใจสิทธิความเท่าเทียมทางเพศ และยุติการเลือกปฏิบัติต่อผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ซึ่งเสียงสะท้อนจากวงเสวนาระบุว่าสังคมไทย ยังขาดความเข้าใจเกี่ยวกับความเท่าเทียมระหว่างเพศ จนนำไปสู่การเกลียดกลัว การเลือกปฏิบัติ และการละเมิดสิทธิ

ภายหลังสถานีโทรทัศน์ PPTVHD หมายเลข 36 ออกอากาศซีรีส์ “รุ้งสีเทา” ที่นำเสนอมุมมองความรักระหว่างคนเพศเดียวกัน ซึ่งได้รับการตอบรับจากแฟนคลับทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างท่วมท้น ทีมนิวมีเดีย PPTV ได้ต่อยอดกระแสฮิตของซีรีส์ เพื่อหวังสื่อสารให้สังคมได้รับรู้ว่าการมีความรัก ระหว่างคนเพศเดียวกันไม่ใช่สิ่งที่ผิด ผ่านงานเขียน “รุ้งสีเทา” มิติใหม่ซีรีส์วาย ที่ให้มากกว่า “ความฟิน” รวมไปถึงแนวคิดและการปฏิบัติตัวของลูกเพศที่สามต่อพ่อแม่ผู้ปกครอง ผ่านงานเขียน เปิดตัวอย่างไร.. ไม่ให้พ่อแม่ช็อค !!! และล่าสุดงานที่จะช่วยให้พ่อแม่ผู้ที่อยู่ในจุดที่สูงที่สุดของสถาบันครอบครัว เข้าใจและเลือกใช้วิธีปฏิบัติต่อลูกรัก เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ทีมนิวมีเดีย PPTV มีโอกาสได้พูดคุยกับ พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต เกี่ยวกับประเด็นการเปิดใจยอมรับในตัวลูก ที่มีความหลากหลายทางเพศของพ่อแม่ผู้ปกครอง ซึ่งคำตอบที่ได้จากพูดคุยกับคุณหมอในครั้งนี้ น่าจะเป็นประโยชน์และแง่คิดที่ดีให้กับหลายครอบครัว

พญ.พรรณพิมล บอกว่า ในครอบครัวที่มีลูกเป็นผู้ที่มีความหลายหลายทางเพศ พ่อแม่และผู้ปกครองมีอยู่สองทางเลือก คือ “รับได้” กับ “รับไม่ได้” ถ้ายอมรับได้ต้องช่วยส่งเสริมการเรียนรู้และสนับสนุนในทางที่ถูกที่ควร แต่หากยอมรับไม่ได้ก็ไม่ต้องฝืนใจ แต่ต้องรู้ว่าตัวเองมีหน้าที่ช่วยให้ลูก เติบโตขึ้นไปอย่างมีคุณภาพและประสบความสำเร็จในชีวิต เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความคาดหวังของพ่อแม่ทุกคน ดังนั้น ไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็ขอให้ยังคงปฏิบัติต่อลูกอย่างดีที่สุด

“ในเคสที่พ่อแม่ยอมรับไม่ได้ก็ไม่จำเป็นต้องฝืนใจ ซึ่งในปัจจุบันมีเยอะมากที่พ่อแม่ทำใจยอมรับไม่ได้ แต่ในเมื่อคุณไม่เปลี่ยนใจคุณต้องกลับมาถามตัวเองว่า การแสดงออกแบบไหนที่จะทำให้คุณกับลูกเดินหน้าไปด้วยกันได้ หรือจะหยุดอยู่แค่ความขัดแย้งระหว่างกัน ซึ่งทำให้ต่างฝ่ายต่างขยับไปทางไหนไม่ได้”

ส่วนตัวลูกเองเพื่อทำให้พ่อแม่เปิดยอมรับในตัวตนได้ รองอธิบดีกรมสุขภาพ แนะนำว่า หากยังอยู่ในวัยเด็กซึ่งยังไม่สามารถ แสดงให้เห็นว่าเราสามารถเลี้ยงดูตัวเอง และเลี้ยงดูพ่อแม่ไม่ได้ ก็ให้ต้องทำให้เห็นว่าเราปฏิบัติหน้าที่ ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องตามความเหมาะสมแต่ละช่วงวัย เช่น ไปโรงเรียนตามปกติ ช่วยทำงานบ้าน แบ่งเบาภาระผู้ใหญ่ตามสมควร ซึ่งการปฏิบัติเช่นนี้จะช่วยให้ผู้ใหญ่ ไว้วางใจในตัวเราได้มากขึ้น

“สิ่งสำคัญที่จะทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองยอมรับในตัวเรา คือการรับผิดชอบและปฏิบัติหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด ขณะเดียวกันในครอบครัวที่พ่อแม่ยังยอมรับไม่ได้ ตัวลูกเองต้องพยายามอย่าแสดงความขัดแย้ง มากจนก่อให้เกิดปัญหาที่รุนแรง ทุกคนต้องรู้ว่าการยอมรับไม่ได้ของพ่อแม่ย่อมมีขีดจำกัด หากเราไปแตะจุดที่รุนแรงอยู่ตลอดเวลา และบอกว่าเมื่อไหร่จะยอมรับสักที ในที่สุดอาจนำมาซึ่งความขัดแย้งที่ยากเกินแก้ไข”

สุดท้าย พญ.พรรณพิมล ทิ้งท้ายข้อคิดไว้อย่างแหลมคมว่า การที่ตัวลูกเองปฏิบัติกับพ่อแม่อย่างดี ทำหน้าที่ทุกอย่างโดยไม่ขาดตกบกพร่อง แม้จะรู้ว่าพ่อแม่ยังทำใจยอมรับไม่ได้ อย่างน้อยที่สุดการกระทำเหล่านี้จะทำให้พ่อแม่เห็นว่า ตัวลูกยังมีความเคารพตัวเองอยู่ และในท้ายที่สุดพ่อแม่ก็จะเรียนรู้ว่า ในความเคารพที่ลูกมีให้นั้นไม่ได้แปลว่า ลูกจะเปลี่ยนแปลงไปรักคนต่างเพศตามที่พ่อแม่คาดหวัง..

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ