14 พ.ค. 59 สองวันก่อนถึงกำหนดที่ดีเอสไอ ให้พระธัมมชโย เข้ามารับทราบข้อกล่าวหา วัดพระธรรมกายนำทีมแพทย์มาแถลงอาการอาพาธของพระธัมมชโย ว่าทรุดหนัก มีอาการขาบวมและเดินทางไปพบพนักงานสอบสวนดีเอสไอไม่ได้อย่างแน่นอน พร้อมแสดงภาพถ่ายการตรวจรักษา ที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าภาพที่เห็นขาที่มีอาการอาพาธ ไม่เห็นใบหน้าของพระธัมมชโย ส่วนที่ภาพที่เห็นใบหน้า ก็ไม่เห็นขา
16 พ.ค. 59 พระธัมมชโย ไม่มารับทราบข้อกล่าวหา แต่นำเวชระเบียนผู้ป่วยมาแสดง สุดท้าย ดีเอสไอไม่เชื่อจึงขอศาลอนุมัติหมายจับและศาลอนุมัติตามคำขอ
17 พ.ค.59 ศิษย์วัดพระธรรมกาย แถลงว่า มีใบรับรองแพทย์ 3 ใบที่ส่งให้ดีเอสไอ หนึ่งในนั้น “มาจากโรงพยาบาลของรัฐ” คือ โรงพยาบาลค่ายภาณุรังสี จ.ราชบุรี จึงทักท้วงว่า ทำไมดีเอสไอไม่เชื่อถือ พร้อมขู่จะฟ้องเจ้าพนักงานดีเอสไอ
เอกสารสองแผ่นนี้ คือคำตอบ แผ่นแรกเป็นเอกสารลงวันที่ 18 พฤษภาคมดีเอสไอ สอบถามไปที่ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายภาณุรังสีว่าใบรับรองแพทย์ที่ออกโดยพันโทสิริพงศ์ พัฒนธนาวิสุทธิ์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาล ถูกต้องหรือไม่ และ 19 พฤษภาคม เอกสารจากผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายภาณุรังษี ตอบดีเอสไอ โดยยืนยันว่าพระธัมมชโยไม่เคยมาตรวจที่โรงพยาบาลไม่มีประวัติการรักษาที่โรงพยาบาล
ส่วนที่มีความเห็นแพทย์คือพันโทสิริพงศ์ พัฒนธนาวิสุทธิ์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาล เป็นการกระทำโดยส่วนตัว ไม่ใช่ในนามโรงพยาบาล
ดังนั้นใบรับรองแพทย์ แผ่นนี้จึงไม่ได้มาจากโรงพยาบาลของรัฐ โดยมีข้อความว่า “ใบสำคัญความเห็นแพทย์ฉบับนี้ ไม่ใช่เอกสารที่ออกโดยถูกต้องตามแนวทางการรักษาผู้ป่วยของโรงพยาบาลค่ายภาณุรังษี”
ส่วนเอกสารแผ่นที่ 3 คือ ใบรับรองแพทย์ ที่พันโทคนนี้ออกให้พระธัมมชโย ในเอกสาร มีลายมือชื่อ บุคคล 2 คน ที่ต่างกัน โดยความเห็นแพทย์ คล้ายเป็นลายมือแพทย์จริง แต่นั่นไม่ใช่สาระสำคัญ ที่สำคัญกว่าในเอกสารฉบับนี้ มุมขวาบนมีตัวหนังสือกำกับว่า ทบ. หมายถึงหน่วยงานในสังกัดกองทัพบก และที่ลายมือชื่อของ แพทย์ ถูกประทับตรา “โรงพยาบาลค่ายภาณุรังษี” ลงไป คล้ายเป็นเอกสารที่ออกมาจากโรงพยาบาลโดยตรง ทั้งที่เอกสารฉบับก่อนนี้ที่เราให้ดูบอกชัดเจนว่า ผู้ป่วยไม่เคยมา และไม่มีประวัติอยู่ที่โรงพยาบาล ดังนั้นเอกสารฉบับนี้จึงเข้าข่ายหรือไม่ว่า ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นใบรับรองจากโรงพยาบาลของรัฐ
ทีมข่าว PPTV ตรวจสอบโดยตรงกับ พันเอกณรงค์ ภักดีศุภผล ผอ.รพ.ค่ายภาณุรังษี โดยเน้นไปที่ “ใบสำคัญความเห็นแพทย์” ว่า เป็นของจริง หรือไม่
ประเด็นนี้ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายภาณุรังษี ไม่ได้บอกว่า เอกสารนี้ จริงหรือ ปลอม แต่ใช้คำว่า"ไม่เป็นไปตามขั้นตอนการออกใบรับรองแพทย์ที่ถูกต้อง"
เราตรวจสอบต่อไปที่แพทยสภา ถึงแนวทางการตรวจสอบการออกใบรับรองแพทย์ว่าถูกต้องหรือไม่ ดูได้ 3 แนวทาง คือ
1 ดูว่าเป็นลายเซ็นแพทย์คนนั้นจริงหรือไม่
2 ดูว่า อาการตรงกับโรคหรือไม่
3 สถานที่ที่ออกใบรับรองแพทย์ ตรงกับความเป็นจริงหรือไม่ อย่างเคสนี้ น่าสนใจว่า สถานที่ที่ออกใบรับรองแพทย์ได้ออกมาปฏิเสธแล้ว