คณะนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย เจมส์ คุก ยูนิเวอร์ซิตี้ ของออสเตรเลียเผยว่า หลังจากทำการสำรวจปะการัง 84 แห่ง ทางตอนเหนือและตอนกลางของแนวปะการังเกรทแบร์ริเออร์รีฟ พบว่า ปะการังกว่า 35% ตาย หรือกำลังตาย จากปรากฏการณ์ฟอกขาวครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ ที่ตรวจพบตั้งแต่เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา
โดยนับเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 18 ปี ที่แนวปะการังแห่งนี้เกิดปรากฏการณ์ฟอกขาวครั้งใหญ่ อันเป็นผลจากน้ำทะเลมีอุณหภูมิสูงขึ้น เพราะภาวะโลกร้อน ซึ่งปรากฎการณ์ครั้งนี้รุนแรงมากกว่าที่เคยพบมาก่อน และอาจต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าทศวรรษเพื่อให้ปะการังฟื้นตัว และต้องใช้เวลานานกว่านั้น กว่าจะมีปะการังใหม่ขึ้นมาทดแทนปะการังที่เก่าแก่ที่สุดและใหญ่ที่สุดที่ตายไปแล้ว
ก่อนหน้านี้ คณะนักวิจัยเคยออกมาเตือนว่า แนวปะการัง เกรทแบร์ริเออร์รีฟ ซึ่งเป็นระบบนิเวศปะการังที่ใหญ่ที่สุดของโลก ได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์ฟอกขาวแล้วมากถึงร้อยละ 93 ซึ่งหากเกิดภาวะนี้เป็นเวลานาน ปะการังก็จะอ่อนแอและตายลงในที่สุด อย่างไรก็ตาม รัฐบาลออสเตรเลียก็ออกมายืนยันว่า ได้ดำเนินการอย่างเต็มที่แล้วเพื่อปกป้องเกรทแบร์ริเออร์รีฟ และเรียกร้องให้สหประชาชาติลบออสเตรเลีย ออกจากรายงาน “วิกฤตโลกร้อนในเขตมรดกโลก” เนื่องจากส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว