ล่าสุดกระทรวงสาธารณะสุข สั่งให้โรงพยาบาลในสังกัด สำรองเซรุ่มแก้พิษงู โดยเซรุ่มแก้พิษงูที่ถูกนำมาสำรอง มีทั้งหมด 7 ชนิด คือ งูเห่า จงอาง งูสามเหลี่ยม งูทับสมิงคลา งูแมวเซา งูกะปะ และงูเขียวหางไหม้ ซึ่งเป็นงูที่พบบ่อย โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน เนื่องจากบางแห่งอาจมีน้ำท่วมขัง ทำให้สัตว์เลื้อยคลานหนีน้ำเข้ามาอาศัยอยู่ตามบ้านเรือนประชาชน
ข้อมูลของกรมควบคุมโรค ระบุว่าปีที่ผ่านมามีผู้ถูกงูพิษกัดช่วงเดือนมิถุนายน ถึง สิงหาคม เฉลี่ยเดือนละกว่า 50 คน ตลอดทั้งปีมีผู้ถูกงูกัด 457 คน สำหรับปีนี้มีผู้ถูกงูกัดแล้ว 81 คน พบมากในภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรมและรับจ้าง
การปฐมพยาบาลเบื้องต้น เมื่อถูกงูกัด ห้ามใช้ปากดูดเลือด หรือกลีดแผลให้เลือดไหลออกมา วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้บีบเลือดบริเวณบาดแผลออกเท่าที่ทำได้ ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด และฟอกสบู่หรือน้ำด่างทับทิม ใช้ผ้าสะอาดซับให้แห้ง เช็ดแผล และรีบนำส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด โดยพยายามให้อวัยวะที่ถูกกัดเคลื่อนไหวน้อยที่สุด อาจดามบริเวณดังกล่าวให้อยู่ในระดับต่ำกว่าหัวใจ เพื่อชะลอการซึมของพิษงู หากเป็นไปได้ควรจำลักษณะของงู หรือนำซากงูพิษที่กัดไปให้แพทย์ดูด้วย