กรมอุทยานฯ เตรียมเสนอแก้กฎหมายอุดช่องโหว่ค้าสัตว์ป่า

โดย PPTV Online

เผยแพร่

แม้ประเทศไทยจะเป็นสมาชิกลำดับที่ 80 และลงนามในอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าใกล้สูญพันธุ์หรือเรียกอีกอย่างว่า อนุสัญญาวอชิงตัน ตั้งแต่ปี 2518 จนนำมาสู่การแก้กฎหมายภายในให้สอดคล้องกับเจตนารมย์ เป็นที่มาของการเกิดพระราชบัญญัติคุ้มครองสัตว์ป่าปี 2535 แต่ด้วยวิธีการของขบวนการค้าสัตว์ป่าที่มีความซับซ้อนขึ้นตามยุคสมัย ทำให้ภารกิจนี้ “ไม่ง่าย”

TRAFFIC องค์กรเอกชนนานาชาติ ที่เคลื่อนไหวรณรงค์ยุติการค้าสัตว์ป่า เคยศึกษาบทบาทของประเทศอาเซียน ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในนั้น พบว่า ประเทศในภูมิภาคนี้ มีสถานะซับซ้อนอย่างมากในธุรกิจค้าสัตว์ เพราะทุกประเทศมีทุกบทบาทในตัวเอง ทั้งเป็นผู้ผลิต, ผู้ส่งออก ,ผู้นำเข้า, ผู้บริโภค และ ทางผ่าน โดยไทยในฐานะที่เป็นศูนย์กลางการบิน ก็มีสถานะเป็นศูนย์กลางของเส้นทางขนส่งสัตว์และซากสัตว์ป่าหายาก

แม้บัญชีสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครอง หรือ ไซเตส จะปรับปรุงทุก 3 ปี ตามวงรอบประชุมใหญ่ของประเทศภาคีสมาชิก แต่ไทยและประเทศอื่น ก็ดูเหมือนจะตกที่นั่งลำบากในการยับยั้งขบวนการค้าสัตว์ป่าที่ได้รับความคุ้มครองในลักษณะคล้ายกัน คือ การปรังปรุงกฎหมายภายในประเทศให้สอดคล้องกับสถานการณ์

อย่างเช่นบัญชีล่าสุดที่ได้รับการปรับปรุงเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2013 มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม , นก ,สัตว์เลื้อยคลาน,ปลา,สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง และ สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก อยู่ในบัญชีที่ 1 , 2 และ 3 ตามจำนวนและประเภทการคุ้มครองในตารางนี้

แม้บัญชีนี้จะถูกปรับปรุงตามจำนวนและสถานการณ์จริงจากข้อมูลของประเทศภาคีสมาชิก แต่ในทางปฏิบัติกฎหมายของแต่ละประเทศก็ปรับปรุงไม่ทัน ทำให้เกิดช่องโหว่ให้ขบวนการนี้ยังคงสามารถค้าสิ่งมีชีวิตต้องห้ามได้อยู่ หนึ่งในนั้นก็คือ ไทย ที่กำลังจะปรับปรุงกฎหมาย เข้มงวดกับการลงทะเบียนสัตว์นำเข้ามาเพาะเลี้ยงมากขึ้น เพื่อไม่ให้มีสัตว์ป่าที่จับมาจากธรรมชาติเข้ามาปะปนกับธุรกิจมืดนี้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ