วันนี้ (19 มิ.ย. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร่างพระราชบัญญัติปิโตรเลียม และร่างพระราชบัญญัติภาษีปิโตรเลียม ผ่านมติเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ 7 มิถุนายน กลุ่มเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย หรือ คปพ. มองว่า มีเนื้อหาอำพรางระบบสัมปทานเดิม คือ รัฐเสนอใช้ระบบแบ่งปันผลผลิต และระบบจ้างผลิต แต่หากพิจารณาตามหลักเกณฑ์ เป็นเพียงการฝากเอกชนขายให้และรอรับผลประโยชน์ตามสัดส่วนเท่านั้น
ซึ่งรัฐบาลควรเร่งจัดตั้งบริษัทพลังงานแห่งชาติ ที่บริหารโดยรัฐบาล เพื่อให้สามารถจัดสรรพลังงานปิโตรเลียมของไทยให้เกิดผลประโยชน์สูงสุด
โดยเฉพาะแหล่งก๊าซบงกช และเอราวัณ ที่จะหมดสัญญาสัมปทานในปี 2565 และ 2566 ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือถึงแนวทางการบริหารจัดการต่อ กลุ่ม คปพ.แสดงความเห็นว่า หากต้องการให้เกิดความโปร่งใส่ ควรเปิดประมูล เหมือนกับการประมูล คลื่นโทรคมนาคม
ในวันที่ 23 มิถุนายนนี้ กลุ่ม คปพ. จะรวมตัวยื่นหนังสือถึงสภานิติบัญญัติแห่งชาติ รวมทั้งล่ารายชื่อ 10,000 รายชื่อ คัดค้านร่างพระราชบัญญัติปิโตรเลียม และร่างพระราชบัญญัติภาษีปิโตรเลียม พร้อมแถลงการณ์จุดยืน และเสนอเนื้อหาร่างใหม่ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณา