กรณีน้ำท่วมขังภายในนิคมอุตสาหกรรมบางปู จ.สมุทรปราการ โดยในพื้นที่ทั่วไปท่วมสูงประมาณ 10-20 ซม. ส่วนในเขตพื้นที่เขตประกอบการเสรี 30 ซม. ภายในนิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวานนี้นั้น
ความคืบหน้าล่าสุด ในวันนี้ (23 มิ.ย. 2559) นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า กนอ. พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งระบายสูบน้ำออกนอกพื้นที่ในช่วงค่ำเมื่อวานที่ผ่านมา ทำให้ระดับน้ำในพื้นที่เขตอุตสาหกรรมทั่วไปที่มี ประมาณ 10-20 เซนติเมตร ขณะนี้ระดับน้ำแห้งทุกพื้นที่ และระดับน้ำในเขตประกอบการเสรีที่มีมากกว่า 30 เซนติเมตร ขณะนี้เหลือเพียง 10 เซนติเมตรเท่านั้น คาดว่าจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติได้เร็วๆ นี้ หากไม่มีปริมาณฝนตกเพิ่มขึ้น โดยในส่วนของสถานประกอบการที่ประกาศหยุดกิจการเมื่อวานนี้ ขณะนี้สามารถเปิดทำการได้ปกติทุกโรงงานแล้ว รถยนต์สามารถสัญจรได้ตามปกติ
ทั้งนี้ สำหรับการสำรวจความเสียหายจากสถานการณ์น้ำท่วมฉุกเฉินในครั้งนี้ ไม่มีโรงงานใดได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในรอบ 2 วันที่ผ่านมา เนื่องจากได้มีการประสานแจ้งไปยังผู้ประกอบการ ให้เตรียมความพร้อมรับมือก่อนที่จะมีปริมาณฝนตกลงมาปริมาณมาก ปัจจุบันนิคมอุตสาหกรรมบางปู มีเนื้อที่ 5,400 ไร่ มีโรงงาน ประมาณ 350 ราย
ด้าน นายจักรรัฐ เลิศโอภาส รองผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดน้ำท่วงขังสูงในครั้งนี้ ว่าเกิดจากการที่ฝนในพื้นที่ตกหนักต่อเนื่อง ประกอบกับพื้นที่คลองสาธารณะที่อยู่รอบนิคมฯ โดยเฉพาะคลองลำสลัด ในช่วงปลายทางมีการบุกรุกพื้นที่เป็นที่อยู่อาศัย จากความกว้างคลอง 5 เมตร เหลือเพียง 2 เมตร จึงเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ จนทำให้เกิดน้ำท่วมสูงทั้งในนิคมฯ และเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนในพื้นที่ต้นน้ำด้วย
อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่ร่วมแก้ปัญหากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ข้อสรุปว่าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในระยะสั้น จะทำการสูบน้ำจากคลองลำสลัด และคลองหกส่วน มาเก็บไว้ในตามคูระบายน้ำในนิคมฯ และขอเครื่องสูบน้ำจากกรมชลประทาน มาช่วยสูบน้ำระบายไปยังคลองชลประทานเพื่อปล่อยน้ำออกสู่ทะเล
วิธีนี้นอกจากจะช่วยให้สามารถบริหารจัดการได้ และลดความเสี่ยงน้ำท่วมได้อย่างเป็นระบบแล้ว ยังช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่ชาวบ้านโดยรอบ ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำในคลองสาธารณะท่วมเอ่อเมื่อฝนตกหนัก เนื่องจากไม่สามารถไหลระบายได้ตามเส้นทางอีกด้วย ส่วนในระยะยาวนั้นทางท้องถิ่นซึ่งถือเป็นผู้รับผิดชอบหลัก จะต้องเขาไปเจรจากับชาวบ้านที่รุกล้ำคลองสาธารณะ เพราะปัญหานี้ถือเป็นอุปสรรคสำคัญ ที่กระทบต่อประสิทธิภาพการระบายน้ำ
ทั้งนี้ สำหรับรูปแบบการระบายที่เกี่ยวข้องกับกรมชลประทาน ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบางปูนั้น นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า คือทางนิคมฯ จะต้องสูบน้ำลงในคลองชายทะเล หรือคลองชลประทาน ซึ่งกรมชลประทานได้บริหารจัดการน้ำ โดยการพร่องน้ำสำหรับรองรับการระบายน้ำไว้อยู่แล้ว โดยปกติคลองสายนี้จะรักษาระดับน้ำไว้ที่ 0.3 จากระดับน้ำทะเลปานกลาง เพื่อให้พื้นที่เกษตรกรรมยังมีน้ำใช้ แต่หากว่ามีฝนตกหนักจะระบายน้ำให้เหลือ 0.1 จากระดับน้ำทะเลปานกลาง แล้วระบายออกสู่ทะเลบริเวณสถานีสูบน้ำตำหรุ แต่ปัญหาน้ำท่วมภายในนิคมฯ เมื่อวานนี้ เกิดจากทางนิคมฯ เอง ไม่สามารถบริหารจัดการได้ทันจึงทำให้เกิดน้ำท่วมขังสูง อย่างไรก็ตาม จากการร่วมประชุมเมื่อค่ำวานนี้ ทางนิคมฯ ได้ขอเครื่องสูบน้ำของกรม เข้าไปสูบน้ำเพื่อระบายลงคลองชายทะเล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเกิดน้ำท่วมสูงภายในนิคมอุตสาหกรรมบางปู นายอุเทน ชาติภิญโญ อดีตประธานกรรมการผันน้ำลงทะเลด้านตะวันออก เมื่อครั้งวิกฤติน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ตั้งข้อสังเกตว่าสาเหตุสำคัญเกิดจาก การขาดการบริหารจัดการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยทีมนิวมีเดีย PPTV ได้รับคำยืนยันจากนายอุเทนว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขาดการเตรียมการที่เป็นระบบ โดยเฉพาะการขุดลอกลำคลอง ร่วมไปถึงการพร่องน้ำในลำคลอง เพื่อรองรับปริมาณฝนที่มีแนวโน้มตกหนักในระยะนี้ ทั้งที่พื้นที่โดยรอบนิคมฯ มีคลองสาธารณะ เชื่อมต่อกับคลองชายทะเล ซึ่งสามารถระบายน้ำลงทะเลได้เลย หากมีการบริหารจัดการที่ดีจะไม่เกิดน้ำท่วมสูงขนาดนี้ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือเมื่อปี 2554 ซึ่งเกิดน้ำท่วมใหญ่ แต่พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบางปูน้ำไม่ท่วมเลย
เครดิตภาพจาก: ปราการ04 นักข่าวปราการ