ใต้ความน่ารักคลิปเด็กไร้เดียงสา คือรูปแบบหนึ่งของการประจาน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

จิตแพทย์เด็กห่วงครูนิยมถ่ายคลิปส่งผลต่อภาวะจิตใจเด็ก เพราะอาจเป็นต้นเหตุทำให้ไม่อยากมาโรงเรียน รู้สึกอับอาย หวาดกลัว หรือรุนแรงถึงขั้นเป็นโรคซึมเศร้า

นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น กรมสุขภาพจิต กล่าวถึงพฤติกรรมการถ่ายคลิปเด็กนักเรียนโดยคุณครู แล้วนำมาโพสต์ลงเฟซบุ๊กซึ่งขณะนี้กำลังเป็นที่นิยมในประเทศไทย ว่า แม้ส่วนใหญ่การโพสท์คลิปในลักษณะนี้ ผู้กระทำจะทำไปเพราะเห็นว่าน่ารักและขบขัน แต่หลายคนก็มองเห็นรูปแบบของการประจานที่แทรกอยู่ ซึ่งการประจานนั้นถือเป็นลักษณะหนึ่งของการใช้ความรุนแรงและการรังแก (bullying) การรังแกนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นการกระทำทางกายอย่างเดียว เพราะการทำให้เกิดความอับอายนั้นก็ส่งผลต่อภาวะจิตใจ ของผู้โดนกระทำหรือผู้ถูกรังแกเป็นอย่างมาก จนอาจเป็นเหตุให้เด็กไม่อยากมาโรงเรียน เพราะรู้สึกอับอาย หวาดกลัว หรือรุนแรงถึงขั้นเป็นโรคซึมเศร้าได้

“หากคลิปเหล่านี้หากถูกโพสท์ในต่างประเทศ ผู้โพสท์อาจถูกดำเนินคดีโดยผู้ปกครอง และถูกเพิกถอนใบอนุญาตการทำงาน เช่น บางรัฐในสหรัฐอเมริกา แต่ละปีจะมีครูที่ถูกเพิกถอน จากการล่วงละเมิดสิทธินักเรียน ไม่ต่ำกว่า 50 ราย เพราะเขาเล็งเห็นว่าการถูกประจานในที่สาธารณะ ทำให้เกิดความอับอายหรือเป็นการล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ซึ่งส่งผลต่อชีวิตเด็กอย่างร้ายแรงได้ในอนาคต”

ทั้งนี้ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นยังได้แสดงความกังวล ถึงคลิปวิดีโอที่คุณครูประจำชั้นถ่ายคลิปวิดีโอ ระหว่างสอบถามเด็กชายรายหนึ่ง ที่ทำร้ายร่างกายเพื่อนนักเรียน ซึ่งมีช่วงหนึ่งที่มีการสอนในลักษณะข่มขู่ ว่าเป็นวิธีที่ไม่เหมาะสมและอาจส่งผลเสียได้ในระยะยาว ระบุว่าสิ่งที่น่ากังวลใจจากคลิปดังกล่าว มีอยู่ 2 ประเด็น คือ 1.เนื้อหาการสั่งสอนที่มีลักษณะข่มขู่ ในประเด็นนี้แม้ว่าคุณครูจะมีความหวังดีต่อเด็ก โดยอยากให้เด็กมีการปรับพฤติกรรมที่ดีขึ้น แต่ต้องเข้าใจว่าวิธีการข่มขู่นั้น อาจเป็นวิธีที่ไม่เหมาะสมและส่งผลเสียได้ในระยะยาวได้

การข่มขู่โดยทั่วไปมีเป้าหมายเพื่อสร้างความกลัว เป็นแรงเสริมทางลบให้คนที่ถูกข่มขู่หยุดพฤติกรรมดังกล่าว มีงานวิจัยมากมายในเด็กที่ชี้ให้เห็นว่าการข่มขู่ก่อให้เกิดการปรับพฤติกรรมเพียงระยะสั้นๆ เท่านั้น เพราะสมองของเด็กสามารถตอบสนองต่อแรงเสริมทางบวกได้มากกว่า เช่น การให้คำชมเมื่อเด็กเรียนรู้วิธีแก้ปัญหาอย่างถูกต้อง เช่นเดียวกับที่เรามักไม่ชอบเจ้านายประเภทที่ชอบมาข่มขู่ในที่ทำงาน แต่กลับชอบเจ้านายที่ชมเราเมื่อเราสามารถแก้ปัญหาที่พลาดไปได้

“การถูกข่มขู่จะทำให้พัฒนาการของเด็ก ยืนอยู่บนพื้นฐานของความกลัว ในที่สุดเด็กจะเรียนรู้การใช้ความกลัวเป็นเครื่องมือจัดการปัญหา และส่งความกลัวต่อๆ ไปยังเด็กคนอื่นรอบข้าง เมื่อถูกทำซ้ำๆ จะเรียนรู้และกลายเป็นคนที่ชอบใช้วิธีการข่มขู่ในอนาคต”

2.การใช้อำนาจในทางที่ผิด ในประเด็นนี้อาจเป็นไปโดยที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ หลงลืมไปว่าจริงๆ แล้วครูถือเป็นผู้นำของชั้นเรียน มีอำนาจปกครองที่เด็กๆ กลัว คงไม่มีเด็กคนไหนจะกล้าปฎิเสธไม่ให้ครูถ่ายคลิป และคงไม่มีเด็กคนไหนจะกล้าถ่ายคลิปครูกลับ หากครูไม่ไตร่ตรองในขอบเขตอำนาจของตัวเองอย่างรอบคอบแล้ว การละเมิดสิทธิของเด็กก็จะเกิดขึ้น ตามคลิปที่เผยแพร่กันและส่งต่ออย่างแพร่หลายในโลกออนไลน์

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: เทรนด์ฮิตครูถ่ายคลิปเด็กลงโซเชียลยอดไลค์กระจาย !

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

จับข่าวคุย

จับข่าวคุย

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ