พ่อของเด็กชาย อายุ 9 ปี ชั้น ป.4 ชาว ม.8 ต.สะกาด อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ร้องเรียนกับสื่อมวลชนว่าลูกชาย ถูกครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ลงโทษด้วยการให้กระโดดตบ 1,000 ครั้ง จนได้รับบาดเจ็บปวดที่กล้ามเนื้อขา ต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสุรินทร์ มาหลายวัน ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พบกับ แม่ และย่าของเด็กชายคนดังกล่าว กำลังดูแลและให้ฝึกทดลองเดิน ซึ่งยังคงพบว่า ร่างกาย โดยเฉพาะขายังไม่แข็งแรง และเดินยังไม่สะดวก แม่เด็กชายเปิดเผยว่า
เมื่อ 28 พ.ค. 2569 หลังพักเที่ยง โดนครูสั่งให้ลูกชายกระโดดตบจํานวน 1,000 ครั้ง โดยลูกชายเล่าให้ฟังว่า ได้เดินเข้าไปเก็บขวดน้ำในบริเวณสนามฟุตบอล ด้านหลังประตูฟุตบอล ขณะที่กำลังเก็บขวดน้ำจะเอาไปทิ้งในถังขยะ อยู่นั้นครูเข้าใจว่านักเรียนเป็นคนเอาขวดน้ำไปทิ้งบริเวณดังกล่าว ครูจึงนัดหมายให้นักเรียนมาพบครูหลังจากรับประทานอาหารเที่ยงเสร็จ บริเวณโดมของโรงเรียน ซึ่งเป็นอาคารอเนกประสงค์ใกล้กับหอประชุมเก่า
หลังจากนักเรียนรับประทานอาหารเรียบร้อยแล้ว และเดินไปพบครูที่จุดนัดหมาย โดยนักเรียนเข้าใจว่าครูเรียกมาสอบถาม หรือให้ ช่วยงาน แต่เมื่อนักเรียนไปถึงครูสั่งให้นักเรียนกระโดดตบจำนวน 1,500 ครั้ง นักเรียนจึงกระโดดตบไป ได้จำนวน 1,000 ครั้ง รู้สึกว่าเหนื่อยเกินไป เหมือนหัวใจจะหลุดออกมา เลยบอกครูไปว่า ตัวเองกระโดดตบไม่ไหวแล้ว ครูจึงสั่งให้ไปพักได้ พอกลับถึงบ้านเด็กนักเรียนเลือกที่จะไม่เล่าแม่
ต่อมาช่วงเย็น วันที่ 29 พ.ค. 2569 แม่สังเกตอาการพบว่าลูกเดินผิดปกติ จึงได้เรียกมาสอบถามว่าเป็นอะไร ทำไมถึงเดินแบบนี้ ลูกชายเล่าให้ฟังว่า มีอาการปวดข้อเท้า เจ็บบริเวณน่อง อ่อนเพลีย และเล่าให้แม่ฟังว่า ถูกครูทำโทษตามที่เล่า
แม่เปิดเผยอีกว่า เมื่อเห็นขาลูกชาย จึงได้โทรปรึกษาเพื่อนที่เป็นพยาบาลว่ามีอาการแบบนี้ ต้องทำอย่างไร จากนั้นแม่จึงพาลูกชายไปพบแพทย์โรงพยาบาลลำดวน อ.ลำดวน จ.สุรินทร์ โดยแพทย์ตรวจอาการแล้ว จึงรับตัวไว้เป็นผู้ป่วยใน อาการเบื้องต้นมี ความดันต่ำปัสสาวะมีสีเข้ม จึงนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล โดยได้รับน้ำเกลือ ได้เจาะเลือด และปัสสาวะไปตรวจ และอยู่ในสังเกตการณ์อาการของแพทย์ ได้รับการรักษาตัวตั้งแต่วันที่ 29 พ.ค. 2569 จนถึง วันที่ 3 มิ.ย. 2569 เด็กยังพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลลำดวน
ต่อมา 30 พ.ค. 2569 เวลา 14.00 น. ผู้อำนวยการโรงเรียน และคณะคุณครู ได้เข้ามาเยี่ยมอาการของนักเรียน และพูดคุยถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นตามที่ปรากฏ และมอบเงินให้ครอบครัวของเด็กนักเรียนจำนวน 10,000 บาท แต่ที่น่าแปลกใจคือ ครูที่สั่งทำโทษเด็กนักเรียนก็เดินทางมาด้วยเช่นกัน แต่ไม่ยอมเข้าไปเยี่ยมเด็กนักเรียน ซึ่งได้ยืนรออยู่ข้างนอกห้อง
ทางครอบครัวได้ปรึกษากันว่าไม่ขอรับเงินช่วยเหลือดังกล่าว จึงได้นำเงินจำนวน 10,000 บาท มาลงบันทึกประจำวันเพื่อขอคืนเงินให้กับทางโรงเรียน โดยไม่มีความประสงค์ขอรับเงินดังกล่าว จากนั้นมา ผู้ปกครองได้รับทราบว่า ครูที่สั่งลงโทษนักเรียนให้กระโดดตบ 1,000 ครั้ง ไม่ยอมรับผิดและยืนยันว่าตนเองไม่ได้สั่งให้เด็กกระโดดตบ และไม่ได้เจอเด็กวัน และเวลาดังกล่าว ครอบครัวจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับครูผู้ก่อเเหตุ
4 มิ.ย. 2569 โรงพยาบาลลำดวน ได้ส่งตัวเด็กนักเรียนเข้าไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลสุรินทร์ เนื่องจากมีเครื่องมือและแพทย์ที่เชี่ยวชาญกว่าในการรักษาเด็ก แม่ของเด็กชาย กล่าวอีกว่า ครูที่สั่งทำโทษเด็กเอามาตรฐานอะไรหรือคำสั่งของกระทรวงศึกษาธิการฉบับไหน มาลงโทษเด็กหนักขนาดนี้ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบหาความเป็นธรรมให้กับครอบครัวของตนด้วย
ด้านย่าของเด็กชาย กล่าวว่า หลานทำอะไรผิดหนักหนา ทำไมครูถึงได้ลงโทษเด็กขนาดนี้ ตนได้ยินข่าวครั้งแรกว่าหลานชายถูกครูทำโทษ และเข้าโรงพยาบาล แทบช็อก เพราะไม่เคยคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น
ด้าน พ.ต.ต.สยามรัตน์ ภูมี สารวัตรสอบสวน สภ.สังขะ กล่าวว่า ครู และนักเรียนบอกกล่าวไม่ตรงกัน จึงทำการติดตามสืบสวนการกระทำดังกล่าว ว่ามีการกระทำผิดกฎหมายหรือกระทำผิดต่อร่างกายเด็กจริงหรือไม่ พนักงานสอบสวนรับเรื่องไว้แล้ว จะ ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
โดยในวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจร้อยเวร สภ.สังขะ ได้พาแม่ของเด็กชาย เดินทางไปพบเจ้าหน้าที่ ที่ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสุรินทร์ เพื่อขอคำแนะนำในการดำเนินการในคดีที่เกี่ยวกับเด็ก