จากกรณีเหตุการณ์ดรามา ครูนักเรียนกอดกันร้องไห้ หลังจากตำรวจคุมตัวนักเรียนชายชาวกัมพูชาวัย 13 ปี ในข้อหาเป็นคนต่างด้าว อยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต จ่อผลักดันกลับประเทศกัมพูชา จนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ระบุ ว่า กรณีดังกล่าวได้ประสานไปยังศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) จังหวัดสุรินทร์ และทีม พม.หนึ่งเดียวจังหวัดสุรินทร์
โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) เจ้าหน้าที่จึงได้ลงพื้นที่ และทำงานร่วมกันแบบบูรณาการ โดยประสานงานกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อขอรับเด็กและแม่เข้ารับการสงเคราะห์ และคุ้มครองสวัสดิภาพที่บ้านพักเด็กและครอบครัว (บพด.) จังหวัดสุรินทร์ เรียบร้อยแล้ว
ซึ่งจากนี้ไป ต้องเป็นการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าจะมีการดำเนินการในลักษณะใด แต่ในมิติของกระทรวง พม. จะต้องส่งเสริมให้เด็กได้รับการศึกษาและจัดที่พักอาศัยให้ ตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child) มาตรา 22 ด้วยการดูแลเด็กไม่ว่าจะสัญชาติหรือเชื้อชาติใด ถ้าอาศัยอยู่ในประเทศไทย จะต้องได้รับการคุ้มครอง ทั้งสิทธิและสวัสดิภาพ ส่วนกรณีการพิสูจน์สัญชาติ ว่ามารดามีการเข้าเมืองมาอย่างไร เด็กมีสัญชาติใด คงจะต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบ เนื่องจากกระทรวง พม. ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการที่จะเข้าไปตรวจสอบแต่ระหว่างอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบนั้นเด็กและมารดาจะอยู่ภายใต้การดูแลคุ้มครองสวัสดิภาพของกระทรวง พม.
ล่าสุด นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าวผ่านทวิตเตอร์เพิ่มเติม โดยระบุว่า ขอให้ข้อมูลเพิ่มเติม ต่อกรณีดังกล่าว หลังหน่วยงานเข้าพูดคุยและประสานความช่วยเหลือ
1. โดยปกติแล้ว น้องนักเรียนเป็นเด็ก จะได้รับคุ้มครองให้อยู่ได้ ตามหลักสิทธิมนุษยชน แต่กรณีแม่ที่เข้ามาอย่างผิดกฎหมาย จะไม่ได้รับการคุ้มครอง ซึ่งทางน้องนักเรียนให้ความเห็นว่า หากแม่ต้องถูกผลักดันกลับไป ก็ยินดีจะกลับไปด้วย
2. ขณะนี้ภาครัฐให้การช่วยเหลือ โดยให้ทั้งแม่ และเด็ก มาอยู่ที่บ้านพักเด็กในตัวเมืองก่อน ระหว่างทำเรื่องประสานกับ ตม.
3. การผลักดันผู้เข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายออกนอกประเทศ เป็นอำนาจของ ตม. ซึ่งมีเงื่อนไขผ่อนผันให้สามารถขยายกรอบระยะเวลาได้ จึงจะทำเรื่องขอผ่อนผันไปก่อน เพื่อให้ทั้งแม่และเด็กสามารถอยู่ร่วมกันได้
4. ส่วนประเด็นเรื่องการเรียนของเด็ก วันนี้ (29 สิงหาคม) ทีมสหวิชาชีพ จะมีการหารือต่อว่าจะดำเนินการอย่างไร
การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนต้องดำเนินการตามระเบียบที่มีอยู่ แต่ขอให้ความมั่นใจกับสังคมว่า รัฐบาลจะดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเหมาะสมที่สุด โดยยึดถือหลักสิทธิมนุษยชนเป็นที่ตั้งด้วย อย่างแน่นอน
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าว ได้พูดคุยกับ นายใบ อายุ 67 ปี ยืนยันว่า ตนเองเป็นพ่อเลี้ยง โดยนางมอมหรือ นางเซียบ ฟารม อายุ 41 ปี มีลูกติด มาอยู่ด้วยตอนอายุ 3 ขวบ ก่อนที่ตนจะรับรองเป็นผู้ปกครองเพื่อให้ได้เรียนหนังสือ ชั้นประถมปีที่ 1-6 ก่อนจะเข้าเรียนต่อ ม.1 ที่ รร.บัวเชดวิทยาฯ และยืนยันว่า ด.ช.พูดภาษากัมพูชาไม่ได้ เนื่องจากมาอยู่ตั้งแต่เด็กเล็ก ตอนที่ภรรยาเข้ามาทางช่องสะงำ นั้น ลูกชายมาทีหลัง เข้ามาตอนประมาณ 8-9 ปีที่แล้ว เพราะว่าภรรยามาอยู่ได้ 8 ปีแล้ว ตั้งแต่ภรรยาอายุ 31-32 ปีตอนนี้ก็ 40-41 ปี อย่างไรก็ตามขณะนี้ทั้งสองแม่ลูก นอนพักอยู่ที่บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.สุรินทร์ ต.ท่าสว่าง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งในวันนี้ จนท.ตม.สุรินทร์ พร้อมกับสหวิชาชีพ จะเข้าไปสอบปากคำอีกครั้ง