อุทยานฯ ยันเลี้ยงเสือตามหลักวิชาการ หลังวัดเสือตั้งข้อสังเกตกรณีเสือป่วยตาย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง ระบุเจ้าหน้าที่เลี้ยงเสือมีความเป็นมืออาชีพ พร้อมยืนยันปฏิบัติทุกอย่างตามขั้นตอนและหลักวิชาการ

ภายหลังกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ออกมายอมรับว่า เสือโคร่งที่ยึดมาจากวัดหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน จ.กาญจบุรี ชื่อ “เมฆเหนือ 2”ป่วยตายเนื่องจากติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ขณะเดียวกันยังต้องเฝ้าระวังอาการลูกเสือตัวเมียอายุ 1 ปี 3 เดือน ชื่อ “ดอกรัก” และลูกเสือตัวผู้อายุ 1 ปี 11 เดือน ชื่อ “ไททัน” ซึ่งทั้งสองตัวมีประวัติอาการชัก

ผู้สื่อข่าวรายงาน ได้มีความเคลื่อนไหวจากฝั่งวัดหลวงตาบัว โดย นายศิริ หวังบุญเกิด และ นายสายหยุด เพ็งบุญชู ทนายความของวัด ตั้งข้อสังเกตว่าการเลี้ยงดูของเจ้าหน้าที่ยังไม่เป็นมืออาชีพ โดยคาดว่าอาจจะมีเสือตายเพิ่มอีกเยอะ โดยเฉพาะเจ้าดอกรักลูกเสือโคร่งวัย 2 ปีเศษ ที่มีอาการโรคหอบมาตั้งแต่กำเนิด และจำเป็นต้องมีการป้อนยาจากมือ แต่ขณะนี้ไม่รู้ว่ามีอาการเป็นอย่างไรบ้างนั้น  

ล่าสุด วันนี้ (3 ก.ค. 2559) นายบรรพต มาลีหวล หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง ให้สัมภาษณ์ทีมนิวมีเดีย PPTV ยืนยันว่าการดูแลเสือโคร่งของกลางทั้งหมดที่นำมาจากวัดหลวงตาบัว เป็นตามหลักวิชาการและมีการดูแลเฝ้าระวังสุขภาพอย่างใกล้ชิด เพราะแม้ว่าภายนอกของเสือที่ย้ายมาโดยรวมจะดูแข็งแรงดี แต่จริงๆ แล้วข้างในมีภาวะอ่อนแอและเครียดจากการขนย้าย โดยเฉพาะเสือสองตัวที่มีอาการป่วยต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือ “ไททัน” และ “ดอกรัก” ซึ่งทางวัดเป็นห่วงว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้ป้อนยากับมือหรือไม่นั้น ขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนมีความเป็นมืออาชีพ และได้ป้อนยาจากมือทุกครั้งไม่ได้วางไว้แล้วให้เสือมากินเอง ส่วนกรณีเสือที่ตายไป 1 ตัวนั้น ผลตรวจวิเคราะห์ก็ยืนยันว่าเป็นการติดเชื้อเรื้อรัง ซึ่งเกิดขึ้นก่อนที่จะนำมาเลี้ยงดูในสถานีเพาะเลี้ยงของกรมอุทยานแห่งชาติ ฉะนั้น จึงขอให้มั่นใจว่าเสือโคร่งทุกตัวที่นำมาจากวัดหลวงตาบัว จะได้รับการดูแลเป็นอย่างดีรวมทั้งเฝ้าระวังสุขภาพอย่างใกล้ชิด

ขณะเดียวกัน นายสัตวแพทย์ประจำกรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้ตั้งข้อสังเกตถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบซากลูกเสือโคร่ง 40 ซากที่ถูกแช่แข็งไว้นั้น ว่าอาจเป็นการบ่งชี้ว่าเสือโคร่งของวัดป่าหลวงตาบัว มีการผสมกันเองในระหว่างเครือญาติ ทำให้พันธุกรรมอ่อนแอจึงเกิดภาวะแท้งตายได้ง่าย ซึ่งจริงๆ แล้วสามารถพิสูจน์ได้โดยการนำปอดไปลอยน้ำ หากปอดจมน้ำแสดงว่าตายตั้งแต่อยู่ในท้อง หรือคลอดออกมาแล้วตาย แต่เนื่องจากซากเสือส่วนใหญ่เน่าจนไม่สามารถพิสูจน์ด้วยวิธีการนี้ จึงต้องอาศัยกระบวนการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อตรวจดีเอ็นเอ และหาสาเหตการตายของซากมัมมี่ลูกเสือ ซึ่งขณะนี้สัตวแพทย์จากมหาวิทยาลัยมหิดลกำลังเร่งยังดำเนินการอยู่

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

ทันโลก express

ทันโลก express

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ