เกรท แบร์ริเออร์ รีฟ แนวปะการังที่ยาวที่สุดในโลกนอกชายฝั่งออสเตรเลีย ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก กำลังเผชิญกับภัยคุกคามมากมาย ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ น้ำเสียจากการเกษตร การพัฒนาตามแนวชายฝั่ง รวมถึงการระบาดของนักล่าตัวฉกาจอย่าง ดาวหนามมงกุฎ หรือ ปลาดาวหนาม ซึ่งกินปะการังเป็นอาหาร
ทุกๆวัน แมท ทรูแมน และทีมนักประดาน้ำอีกกว่า 10 คน จะดำลงไปกำจัดปลาดาวหนามเหล่านี้ โดยจะเน้นปฏิบัติภารกิจนอกชายฝั่งเมืองแคนส์ และพอร์ต ดักลาส ในรัฐควีนส์แลนด์ วิธีการของพวกเขา คือ การฉีดเกลือน้ำดีเข้าไปในตัวปลาดาวหนาม ใช้เวลาเพียง 4-5 นาที พวกมันก็จะตายทันทีโดยไม่ทำอันตรายกับปะการัง
โคล แม็คเคนซี ผู้อำนวยการอาวุโสของสมาคมผู้ประกอบการท่องเที่ยวอุทยานทางทะเล ระบุว่าวิธีนี้เร็วกว่าวิธีเดิมที่นักประดาน้ำต้องฉีดสารโซเดียม ไบ-ซัลเฟต เข้าไปในตัวปลาดาวหนามมากถึง 30 ครั้ง ใช้เวลานานถึง 6 ชั่วโมง จึงจะจัดการกับปลาดาวหนามได้ 1 ตัว ส่งผลให้ขณะนี้ทรูแมนและทีมงานสามารถกำจัดปลาดาวหนามได้มากถึงวันละ 7,000 ตัว จากเดิมที่กำจัดได้เพียง 500 ตัวต่อวัน
นอกจากการระบาดของปลาดาวหนามแล้ว สถานการณ์การฟอกขาวของแนวปะการัง เกรท แบร์ริเออร์ รีฟ ก็ยังนับว่ารุนแรงและน่าเป็นห่วง โดยครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 18 ปี ที่ปะการังฟอกขาวรุนแรงและขยายวงกว้าง
ต้นเหตุสำคัญของภาวะนี้ คือ อุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น จากปัญหาภาวะโลกร้อน และปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งจากข้อมูลล่าสุด ชี้ให้เห็นว่า ตลอดแนวปะการัง ระยะทางกว่า 2,300 กม. มีปะการังตายจากภาวะฟอกขาวไปแล้วทั้งสิ้น 35% ขณะที่แนวปะการังทางตอนเหนือมีอัตราการฟอกขาวสูงถึง 90%