วันนี้ (29 ก.ค. 2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร เข้าตรวจสอบภายในอาคารเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ ปิ่นเกล้า โดยมีเจ้าหน้าที่ของเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ เข้าไปพร้อมกันด้วย แต่ถึงที่สุดแล้วเจ้าหน้าที่ยอมรับว่ายังเป็นเรื่องยาก ที่จะตรวจสอบหาสาเหตุหรือเหตุผลที่ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว เพราะจุดเกิดเหตุยังเต็มไปด้วยน้ำจากการดับไฟ ทำให้ยังบอกไม่ได้ว่าการก่อสร้าง ต่อเติม หรือการใช้อุปกรณ์ต่างๆ เป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ เพราะตามกฎหมายในโรงภาพยนตร์ต้องใช้วันดุที่ไม่ติดไฟ
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครยืนยันว่า แบบแปลนที่ผู้ประกอบการใช้ยื่นขออนุญาตจากสำนักการโยธา มีระบบทางเข้า - ออก ถูกต้องตามกฏหมาย รวมถึงข้อมูลในรายงานเรื่องการติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัย ระบบป้องกันอัคคีภัยติดตั้งแบบเครื่องฉีดน้ำก็เป็นไปตามหลักสากล แต่ในเมื่อยังเข้าที่เกิดเหตุไม่ได้จึงยังบอกไม่ได้ ว่าการก่อสร้างเป็นไปตามแบบแปลนหรือไม่
ส่วนสาเหตุที่ไฟไหม้รุนแรงเกิดจากการที่โรงภาพยนต์มีวัสดุติดไฟง่าย โดยเฉพาะเบาะ พรม ผ้าม่านซึ่งเป็นเชื้อไฟอย่างดี โดยเพลิงได้เผาโรงหนังไปทั้งหมด 8 โรง จากทั้งหมด 13 โรง เปลวเพลิงจึงส่งผลให้ตัวโครงเหล็กร้อนจนเกิดการบิดงอและพังถล่มลงมา แต่สาเหตุที่แท้จริงต้องรอกองพิสูจน์หลักฐานกลาง เข้าตรวจสอบอีกครั้งในวันจันทร์นี้
ทั้งนี้ ในช่วงบ่ายทางอาคารได้อนุญาตให้ผู้ค้า ที่มีร้านอยู่ในชั้นใต้ดินเข้าไปตรวจสอบ และหยิบสิ่งของที่มีค่าได้ โดยให้เวลาเพียงร้านค้าละ 10 นาที และห้ามถ่ายรูปภายในตัวอาคารเด็ดขาด ภายหลังเข้าไปภายในตัวแทนผู้ค้าเปิดเผยทีมข่าวพีพีทีวี ว่าสภาพร้านค้าได้รับความเสียหาย แม้ตัวอาคารจะอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุไฟไหม้
ขณะที่ กองพิสูน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังไม่ใช่ความเห็นใดๆ เพียงโบกมือเท่านั้น ส่วนในวันพรุ่งนี้วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย จะเป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่เข้าตรวจสอบ เพราะจนถึงขณะนี้ยังมีข้อสงสัยกรณีหลังคาของอาคาร พังตัวลงในเวลาที่ไม่นานนักหลังเกิดเหตุ จึงต้องตรวจสอบว่าการก่อสร้างหรือต่อเติมถูกต้องหรือไม่
รวมถึงที่กรณีที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทุกคน ยืนยันตรงกันว่าเหตุการณ์นี้เป็นไฟไหม้ระดับ 5 ซึ่งคือระดับที่สูงสุด เพลิงเผาผลาญทุกอย่างเต็มพื้นที่ ทำให้พบว่าวัสดุที่อยู่ในโรงภาพยนตร์อาจเป็นวัสดุที่ติดไฟง่ายทั้งหมด โดยเฉพะพรมซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจะขัดกับกฎหมายควบคุมอาคารสาธารณะ