โครงสร้างอาคารชั้น 4 บริเวณโรงภาพยนตร์ 7 ตรงประตูทางเข้า พบซากของป้ายไฟ ที่มีร่องรอยไหม้เกรียม คือจุดที่นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ซึ่งเข้าไปตรวจสอบระบุในเบื้องต้นว่าอาจเป็นจุดต้นเพลิง และเหตุที่เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็วเพราะภายในมีวัสดุไวไฟจำพวก พรม เบาะผ้า ผ้าม่าน โฟม และฟองน้ำตามผนังที่ใช้เป็นที่เก็บเสียง เป็นชนวนติดไฟชั้นดี ทำให้เพลิงลุกลามไปยังส่วนเพดานอย่างรวดเร็ว
เมื่อดูจากภาพที่สถานีดับเพลิงสามเสน โพสต์ไว้หลังเกิดเหตุ 1 วัน จะเห็นได้ชัดว่า “ไฟ” รุนแรงมาก ภาพบางช่วงเผยให้เห็นส่วนที่เป็นบันไดขึ้นลง ซึ่งถูกไฟไหม้ด้วย เพราะที่พื้นบันได ปูพรม ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงไว้ด้วย
อย่างที่เห็นกันว่า ระหว่างเกิดไฟไหม้ ชั้นบนของอาคารและหลังคา ยุบตัวพังลงมาด้วยอาคารนี้สร้างในปี 2522 และเปลี่ยนเป็นโรงหนังปี เมื่อปี 2537 มีโรงภาพยนต์ 8 โรง สร้างเป็นหลังคาเดียวครอบคลุมทั้ง 8 โรง จุดนี้เป็นจุดที่ถูกต่อเติมเพิ่มขึ้นจากโครงสร้างอาคารเดิม
เลขาธิการสภาวิศวกร ที่เข้าไปตรวจสอบด้วย ระบุว่า จุดที่ถล่ม เป็นจุดที่พบร่องรอยการเชื่อมต่อ และยุบตัวเพราะความร้อน จึงต้องสืบสวนต่อว่าใช้วัสดุทนความร้อนตามกฎหมายหรือไม่
เหตุการณ์นี้ ไม่ใช่เพียงแค่ “ไฟไหม้อาคารแห่งหนึ่งเท่านั้น” แต่เป็น “ไฟไหม้โรงหนัง ซึ่งเป็น อาคารสาธารณะ” ที่อาจมีประชาชนจำนวนมากอยู่ในอาคาร ระหว่างมาใช้บริการ ยิ่งน่าตกใจเมื่อผลการตรวจสอบพบว่า ในโรงหนังเต็มไปด้วยเชื้อเพลิง นี่จึงเป็นคำถามใหญ่ว่า ถึงเวลาที่ต้องใช้เหตุการณ์นี้ เป็นต้นแบบไปสู่การปรับเปลี่ยนวัสดุเชื้อเพลิงในโรงหนังออกไปหรือไม่
จากเหตุการณ์นี้ 3 หน่วยงานด้านวิศวกรรม จะยกเป็นกรณีตัวอย่างเพื่อแก้กฏหมาย การอนุญาตก่อสร้างอาคาร ปรับปรุงอาคารเก่า อาคารประเภทโรงมหรสพ โรงภาพยนต์ เพื่อให้มีความพร้อมรองรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน ป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต