ผู้ยากไร้รายแรกคือ นายองค์อาจ เกตุศรีสังข์ อายุ 55 ปี ชาวบ้านหมู่ 12 ตำบลบ้านโตก อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ สภาพร่างกายพิการขาขวาขาดลงมาใต้เข่าเล็กน้อย เนื่องจากป่วยเป็นโรคเบาหวาน ส่วนข้างซ้ายก็มีแผลที่เกิดจากเบาหวานต้องใช้ผ้าพันไว้เช่นเดียวกัน อาศัยอยู่ในเพิ่งที่มุงด้วยสังกะสีเก่าๆ พื้นและฝาทำจากฟากไม้ไผ่
นายองค์อาจ กล่าวว่า ก่อนที่ตนจะป่วยเป็นโรคเบาหวานจนต้องตัดขานั้นเคยประกอบอาชีพรับจ้างก่อสร้าง มีภรรยา 1 คน และลูกชาย 1 คน แต่เมื่อป่วยหนักต้องตัดขา ภรรยากับลูกชายก็มาหนีหายไป ตอนนี้ต้องออกเก็บขยะขาย โดยใช้เวลารวบรวมขยะครั้งละ 3-4 วัน ขายได้ครั้งละ 1– 200 บาท เป็นค่าใช้จ่ายซื้ออาหารเพื่อประทังชีวิต แต่ถ้าถูกตัดขาซ้ายอีกข้างคงทำงานไม่ไหว
อีกรายเป็นครอบครัวของคุณยายสาว โตบัว อายุ 61 ปี ผู้พิการตาบอดเนื่องมาจากถูกสารเคมีฟุ้งกระจายใส่จนจอประสาทตาเสียไม่สามารถรักษาได้ อาศัยอยู่กับลูกสาว ลูกเขย และหลาน รวม 5 ชีวิต ครอบครัวของลูกสาวโดยมีอาชีพรับจ้างทั่วไปรายได้ไม่แน่นอน
บ้านของคุณยายสาวอาศัยอยู่นั้นเป็นบ้านชั้นเดียวยกสูงมุงหลังคาสังกะสี ฝาและพื้นบ้านทำจากฝากไม้ไผ่ ลักษณะบ้านได้เอนไปด้านหลังต้องใช้ไม้ค้ำยันไว้ เมื่อเร็วๆ นี้ได้มีพายุฝนทั้งลมพัดแรงฝนตกหนักบ้านได้โอนเอนลูกๆ หลานๆ ได้พากันตนกระโดดหนีลงจากบ้านเพราะเกรงว่าบ้านจะพัง โดยบ้านหลังนี้ปลูกขึ้นในพื้นที่ของน้องชายสามีของคุณยายสาวที่เสียชีวิตไปแล้ว
สำหรับผู้ที่อยากช่วยเหลือทั้ง 2 ครอบครัวนี้สามารถบริจาคสิ่งของเครื่องใช้ได้ที่วัดจันทร์นิมิต ต.บ้านโตก อ.เมืองเพชรบูรณ์ หรือจะโอนเงินเพื่อสมทบทุนในการช่วยเหลือสามารถโอนผ่านบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงเทพฯ สาขาเทสโก้ โลตัส ท็อปแลนด์เพชรบูรณ์ "วัดจันทร์นิมิต" เลขที่บัญชี 706-0-13692-1 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 081-0386841