จากภาพนี้ จะเห็นจุดที่เด่นชัดที่สุด คือ “จุดสีแดง” นั่นคือ พิกัด ที่ศูนย์ควบคุม แจ้งว่า ติดต่อกับนักบินได้เป็นครั้งสุดท้าย จุดนี้ ถูกลากลงมาเป็นเส้นสีส้ม ซึ่งไม่ใช่เส้นทางบินปกติ เส้นสีน้ำเงินด้านบนจากแม่ฮ่องสอนไปที่เชียงใหม่ นั่นคือ เส้นทางการบินปกติที่ใช้กัน แต่ด้วยสภาพอากาศปิด มีหมอกทึบ จึงคาดว่านักบิน บินลงมาทางใต้เส้นทาง และพบจุดที่เครื่องตก อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของสนามบิน
เมื่อดูภาพนี้ จะเห็นได้ชัดเจนขึ้น นี่เป็นแผนที่ที่มีชั้นความสูง จะเห็นว่าจุดที่พบเครื่องบินอยู่ระหว่างกิโลเมตรที่ 44-45 ใกล้กับจุดที่ได้กลิ่นน้ำมัน ความสูงตรงนี้ คือ 2445 เมตร จากระดับน้ำทะเลห่างจากจุดที่สิ้นสุดการติดต่อประมาณ 1 กิโลเมตร
ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 บอกว่า นักบินพยายามบินขึ้นเพื่อข้ามแนวสันเขา ซึ่งจะเห็นได้ว่าความสูงที่ 2445 เป็นความสูงที่เป็นหน้าผาสูงกว่าบริเวณอื่น (ดูได้จากแผนที่จะมีเส้นถี่มากกว่า) จุดที่ตกห่างจากหอชมดาวอินทนนท์ 500 เมตร (บ่งบอกความสูง) และตกเข้าไปในป่า 1.5 กิโลเมตร จากถนนกิโลเมตรที่ 45
และนี่เป็นเส้นทางเดินที่ชุดค้นหาใช้เดินเรียงหน้ากระดานเข้าไปตั้งแต่เมื่อวานนี้ จะเห็นว่าระบุพิกัดค่อนข้างชัดเจน คือ อุทยานอยู่ที่กิโลเมตรที่ 31 ออกไปค้นหาที่กิโลเมตรที่ 44 / 45 / 46 เดินเรียงหน้ากระดานไปที่เหวลึกด้านหน้าในพื้นที่ 1-2 ตารางกิโลเมตร
ชุดที่เดินเข้าไป ชุดที่กิโลเมตรที่ 45 จึงเป็นชุดที่ได้กลิ่นน้ำมันตั้งแต่เมื่อคืนนี้ แต่ยังระบุพิกัดชัดๆไม่ได้ เพราะป่าทึบ และไม่สามารถมั่นใจในทิศทางลมในแผนที่จะเห็นว่า อ.แม่แจ่ม อยู่อีกฝั่งหนึ่ง และจัดชุดเดินเท้า เรียงหน้ากระดานมาชนกันด้วย ทั้งหมดนี้ จะเห็นได้ว่า การค้นหาครั้งนี้ ระบุระบุพิกัดได้ค่อนข้างแม่นยำ เข้าถึงที่หมายต้องสงสัยได้เร็ว ซึ่งโชคร้ายที่ทหารกล้าทั้ง 5 นาย เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เพราะการระบุได้แม่น เข้าถึงเร็วเช่นนี้ ถ้าผู้ที่อยู่บนเครื่องยังมีชีวิต ก็จะมีโอกาสรอดชีวิตมากขึ้น
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสีย และพร้อมดูแลตามระเบียบของกองทัพ เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุอาจมาจากสภาพอากาศบดบังทัศนวิสัย ประกอบกับปัญหาทางเทคนิค เพราะเครื่องเป็นของใหม่ ที่ผลิตในสหรัฐอเมริกา ซึ่งหลังจากนี้ต้องสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง และหาทางป้องกันต่อไป