เจ้าของโรงเตี๊ยม รีสอร์ท บนภูทับเบิก ยืนประจันหน้ากับรถแบ๊คโฮ ที่กำลังทำงาน ไม่ยอมให้เข้ามารื้อถอนอาคาร โดยระบุว่าการใช้เครื่องจักรหนักทำให้ข้าวของเสียหาย
ขณะ นายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์แก้ไขปัญหาการครอบครองและใช้ประโยชน์ที่ดินป่าภูทับเบิก ยืนยัน ต้องรื้อถอนอย่างเด็ดขาด โดยจะไม่ผ่อนผันให้อีก
โรงเตี๊ยม รีสอร์ท เป็น 1 ใน 13 แห่ง ที่ถูกแจ้งดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกครอบครองที่ดินในพื้นที่ป่าลุ่มน้ำชั้น 1 เอ ของกรมป่าไม้ ซึ่งถูกดำเนินคดีไปตั้งแต่ปี 2554 ศาลสั่งให้ย้ายออกจากพื้นที่ แต่จนถึงปัจจุบัน ก็ยังเปิดให้บริการและขยายกิจการต่อเนื่อง กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่บังคับคดีรื้อถอนในวันนี้ตามคำสั่ง คสช. เลขที่ 35/2559
ขณะที่ เจ้าของรีสอร์ทอ้างว่า หลังสิ้นสุดคดีเมื่อปี 2554 ศาลมีคำสั่งให้ย้ายออกแต่ไม่ได้สั่งรื้อถอน และยอมรับว่า เช่าต่อที่ดินมาจากชาวม้งรายหนึ่งที่ถือทะเบียนบ้านบริเวณนี้ แต่ไม่มีเอกสารสิทธิ
แต่เดิมที่ดินบนภูทับเบิกเป็นพื้นที่ป่าไม้ ไม่มีเอกสารสิทธิ กระทั่งปี 2509 มีมติคณะรัฐมนตรีมอบที่ดินให้กรมประชาสงเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ให้เป็นนิคมสร้างตนเองชาวเขา ต่อมาปี 2545 จัดสรรที่ดินใหม่ให้ชาวเขาทำการเกษตร เป็นพื้นที่ 47,000ไร่ แต่ที่ดินถูกเปลี่ยนมือเรื่อยมาและถูกใช้ผิดวัตถุประสงค์ มีผู้ประกอบการเข้ามาครอบครองที่ดินจำนวนมาก
ปัจจุบันมีรีสอร์ทบนภูทับเบิกทั้งหมด 111 แห่ง เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบ เอาผิด และรื้อถอนทั้งหมด ซึ่งน่าสนใจว่า นอกจากการจัดระเบียบที่ดินแล้ว การจัดสรรกรรมสิทธิ์ในการทำประโยชน์ที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ รับผิดชอบ จะมีแนวทางเช่นไรที่จะควบคุมไม่ให้ที่ดินเหล่านี้ถูกเปลี่ยนมือและทำประโยชน์ผิดวัตถุประสงค์ อีกในอนาคต
กัสกร ประดับมุข ถ่ายภาพ
ปิติพร เพรามธุรส รายงาน