“ชัยวัฒน์” จี้สอบที่ดินศรีกะอาง โยงสามี “บุ๋ม ปนัดดา” สงสัยขบวนการ “ชี้ป่าขาย”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“ชัยวัฒน์” จี้ตรวจสอบซื้อขายที่ดินศรีกะอาง จ.นครนายก ปมโยงสามี “บุ๋ม ปนัดดา” ตั้งข้อสงสัยซื้อที่ดินไม่ถึง 10 ไร่ แต่ขายต่อ 23 ไร่ อาจมีการนำพื้นที่ป่ามารวมขาย

นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงกรณีการซื้อขายที่ดินบริเวณตำบลศรีกะอาง จังหวัดนครนายก ซึ่งเกี่ยวข้องกับสามีของบุ๋ม ปนัดดา ว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ราชพัสดุที่ใช้ในราชการทหาร และอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 3 รวมถึงเป็นแหล่งต้นน้ำของห้วยกระอาง ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์และเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของชุมชน 

 

ที่ดิน ช่างภาพพีพีทีวี
“ชัยวัฒน์” จี้สอบที่ดินศรีกะอาง สงสัยขบวนการ “ชี้ป่าขาย” เตรียมยื่น ป.ป.ช. สอบเจ้าหน้าที่รัฐ

นายชัยวัฒน์ระบุว่า จากการตรวจสอบภาพถ่ายดาวเทียมย้อนหลัง พบแนวโน้มการบุกรุกพื้นที่ขยายตัวขึ้นไปยังบริเวณต้นน้ำ จึงมองว่าปัญหาดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะที่ดินแปลงที่เกี่ยวข้องกับสามีของบุ๋ม ปนัดดา แต่ควรขยายผลตรวจสอบกระบวนการซื้อขายและเปลี่ยนมือที่ดินในพื้นที่โดยรอบทั้งหมด เนื่องจากมีข้อมูลว่าที่ดินหลายแปลงถูกเปลี่ยนมือจากผู้ทำกินเดิมไปสู่กลุ่มทุนและนักธุรกิจ โดยประเมินว่าปัจจุบันอาจเหลือผู้ทำกินเดิมไม่ถึง 50% ขณะที่พื้นที่สูงชันและมีทำเลดี ส่วนใหญ่อยู่ในการครอบครองของผู้ซื้อรายใหม่

นายชัยวัฒน์ยังตั้งข้อสังเกตว่า บุคคลที่อาจเกี่ยวข้องกับกระบวนการซื้อขายที่ดิน ได้แก่ ผู้นำชุมชนและผู้ขายที่ดินเดิม รวมถึงอาจมีข้าราชการในพื้นที่เกี่ยวข้องกับการชี้แนวเขตและรวบรวมที่ดินทำกินเพื่อนำมาซื้อขายเปลี่ยนมือ จึงเห็นว่าควรตรวจสอบบทบาทของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

โดยยกตัวอย่างกรณีเจ้าของที่ดินเดิม 3 ราย มีพื้นที่ทำกินรวมกันไม่ถึง 10 ไร่ แต่เมื่อมีการซื้อขายต่อ กลับระบุพื้นที่ในสัญญารวม 23 ไร่ จึงตั้งข้อสงสัยว่าอาจมีการนำพื้นที่ป่ามารวมในสัญญาซื้อขาย หรือที่เรียกว่า “ชี้ป่าขาย”

นายชัยวัฒน์เสนอให้ตรวจสอบผู้ครอบครองเดิมและเอกสารซื้อขาย โดยเปรียบเทียบขนาดพื้นที่ทำกินของเจ้าของเดิมแต่ละรายกับพื้นที่ที่ระบุในสัญญา รวมถึงตรวจสอบแนวเขตว่ามีการนำพื้นที่ป่ามารวมขายเพิ่มเติมหรือไม่ เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงของกระบวนการซื้อขายอย่างชัดเจน

สำหรับข้อกฎหมาย นายชัยวัฒน์ระบุว่า ที่ดินของรัฐไม่สามารถซื้อขายได้เช่นเดียวกับที่ดินเอกชนทั่วไป แม้จะมีการทำสัญญาและชำระเงินจริง ก็ไม่ได้ทำให้ผู้ซื้อได้รับสิทธิในที่ดินของรัฐโดยชอบด้วยกฎหมาย ส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องจะมีความผิดหรือไม่ ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ของแต่ละราย

นอกจากนี้ นายชัยวัฒน์ยังตั้งข้อสังเกตถึงการบังคับใช้กฎหมายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานทหาร กรมธนารักษ์ และกรมป่าไม้ โดยระบุว่า พื้นที่ที่กรมป่าไม้ขอใช้ประโยชน์ประมาณ 300 ไร่ ก็มีข้อสงสัยเรื่องการบุกรุกเช่นกัน จึงควรตรวจสอบพื้นที่ทั้งหมด รวมถึงแนวเขตที่อาจทับซ้อนกัน ไม่ควรจำกัดการตรวจสอบไว้เฉพาะที่ดินแปลงที่กำลังเป็นข่าว

นายชัยวัฒน์มองว่า ปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่ต่อเนื่อง เมื่อเจ้าหน้าที่ดำเนินการกับผู้บุกรุก กลับมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบหรือรอพิสูจน์สิทธิซ้ำ จนอาจทำให้เจ้าหน้าที่ที่ตั้งใจปฏิบัติงานหมดกำลังใจ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าแรงกดดันจากการร้องเรียนและการเมืองอาจส่งผลให้การบังคับใช้กฎหมายขาดความต่อเนื่อง และเปิดช่องให้ผู้กระทำผิดอาศัยกระบวนการดังกล่าวเพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิด

ทั้งนี้ นายชัยวัฒน์เปิดเผยว่า เตรียมรวบรวมเอกสารเพื่อยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ภายในสัปดาห์หน้า เพื่อให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกองทัพ กรมธนารักษ์ และกรมป่าไม้ หากพบว่ามีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือมีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย

ส่วนกรณีที่หน่วยงานทหารอาจไม่ทราบว่ามีการบุกรุกพื้นที่ นายชัยวัฒน์ยอมรับว่า การโยกย้ายกำลังพลอาจทำให้เจ้าหน้าที่ชุดใหม่ไม่ทราบข้อมูลเดิม แต่เห็นว่าหน่วยงานต้องมีระบบตรวจสอบและส่งต่อข้อมูลอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ดังกล่าวซึ่งอยู่ใกล้หน่วยงานทหาร จึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการรับรู้และกำกับดูแลพื้นที่

โดยเฉพาะการก่อสร้างบ้านเรือน การขอเลขที่บ้าน และการติดตั้งระบบไฟฟ้า รวมถึงไฟฟ้าสามเฟส ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบหรือมีการอนุญาตอย่างถูกต้องหรือไม่ พร้อมเสนอให้ตรวจสอบทั้งผู้ครอบครองเดิม ผู้ขาย ผู้ซื้อ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนมือที่ดิน

นายชัยวัฒน์ยังตั้งข้อสังเกตว่า การบุกรุกพื้นที่อาจเกิดขึ้นเป็นวงจร เริ่มจากผู้ทำกินเดิมเข้าไปเปิดพื้นที่ทำกิน ก่อนขายต่อให้ผู้ซื้อรายใหม่ และอาจมีการขยายพื้นที่เข้าไปในเขตป่าเพิ่มเติม โดยชาวบ้านบางส่วนอาจรับรู้ว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในความดูแลของทหาร แต่การครอบครองและซื้อขายกลับดำเนินต่อเนื่องจนกลายเป็นเรื่องปกติ

สำหรับที่ดินแปลงที่เกี่ยวข้องกับสามีของบุ๋ม ปนัดดา นายชัยวัฒน์ระบุว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยตนเอง พบข้อสังเกตว่าพื้นที่เพียงบางส่วนที่เดินสำรวจอาจมีขนาดเกิน 23 ไร่ จึงจำเป็นต้องตรวจสอบแนวเขต สภาพพื้นที่ และพฤติการณ์การครอบครองเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ยังพบต้นสะเดาปลูกเรียงตามแนวขอบเขตพื้นที่ จึงตั้งข้อสังเกตว่าควรตรวจสอบว่าเป็นการปลูกป่าเพื่ออนุรักษ์จริง หรือเป็นการปลูกต้นไม้เพื่อแสดงแนวเขตการครอบครอง โดยทั้งหมดต้องให้หน่วยงานที่มีอำนาจตรวจสอบและพิสูจน์ข้อเท็จจริงอย่างละเอียด

นายชัยวัฒน์ย้ำว่า การตรวจสอบต้องครอบคลุมที่ดินแปลงอื่นในบริเวณเดียวกันด้วย เพราะหากตรวจสอบเฉพาะกรณีที่กำลังเป็นข่าว อาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าต้นน้ำได้อย่างแท้จริง

พร้อมเตือนถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เนื่องจากพื้นที่ต้นน้ำห้วยกระอางมีความสำคัญต่อการชะลอและระบายน้ำ แต่ปัจจุบันบางส่วนถูกเปลี่ยนเป็นสวนเชิงเดี่ยว ที่พัก รีสอร์ต และสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบทางน้ำ เพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาน้ำหลาก รวมถึงการปนเปื้อนจากน้ำเสียและสิ่งปฏิกูลที่ไหลลงสู่ลำห้วย

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ