พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ตำรวจไซเบอร์ ร่วมกับ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 เปิดเผยถึงกรณีที่ บุ๋ม ปนัดดา หรือ ดร. ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ศิลปินนักแสดงชื่อดังและจิตอาสา ถูกมิจฉาชีพนำเลขบัญชีมูลนิธิองค์กรทำความดี ไปใช้หลอกลวงผู้เสียหาย จนบัญชีธนาคารของมูลนิธิถูกอายัด รวมถึงบัญชีส่วนตัวของ “บุ๋ม ปนัดดา”
โดย พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ ยืนยันว่า มาตรการดังกล่าวเป็นไปเพื่อความปลอดภัย เพื่อเป็นการสกัดไม่ให้เงินของผู้เสียหาย ถูกโอนต่อจนไม่สามารถติดตามทวงคืนได้ ซึ่งในคดีนี้ ทางเจ้าหน้าที่สามารถไล่อายัดจนติดตามเงินคืนผู้เสียหายได้ทั้งหมด
โดยมาตรการดังกล่าวนั้น ทางเจ้าหน้าที่จะระงับบัญชีของบุคคลต้องสงสัยทั้งหมด ที่มีการตรวจสอบผ่านเลขบัตรประชาชนที่มีการเปิดบัญชี แต่ยอมรับว่า มาตรการดังกล่าวส่งผลกระทบกับผู้สุจริตที่ถูกอายัดไปด้วย ซึ่งที่ผ่านมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งหามาตรการมารองรับ และบรรเทาความเดือดร้อนของผู้สุจริต เพื่อเป็นการปลดล็อกบัญชีของผู้สุจริตอย่างเร็วที่สุด เพียงแต่บุคคลที่สุจริตจะต้องเข้ามายืนยันความบริสุทธิ์ใจกับทางเจ้าหน้าที่ เพื่อที่จะเร่งดำเนินการปลดล็อกให้เร็วที่สุด ซึ่งในกรณีของ บุ๋ม ปนัดดา นั้น ทางเราจะดำเนินการเร่งปลดล็อกให้
ด้าน พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า รูปแบบกรณีที่ บุ๋ม ปนัดดา ได้รับผลกระทบนั้น ถือเป็นรูปแบบการหลอกลวงแบบใหม่ ที่มิจฉาชีพนำเลขบัญชีขององค์กรไปใช้หลอกลวงผู้เสียหาย เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือ เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อ ก็จะเปลี่ยนมาให้โอนเข้าบัญชีส่วนตัวแทน
ทั้งนี้ มาตรการที่ บุ๋ม ปนัดดา ได้รับผลกระทบนั้น มีชื่อเรียกว่า การอายัด SR03 ซึ่งเป็นการดำเนินการร่วมกันระหว่าง ปปง. สมาคมธนาคารไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย และตำรวจ โดยเป็นมาตรการเพื่อสกัดเงินของผู้เสียหาย ไม่ให้ถูกโอนต่อไปยังบัญชีม้าเป็นทอด ๆ
ซึ่งมาตรการนี้ จะให้ความสำคัญกับบัญชีม้าดำหรือเทาเข้มเป็นหลัก โดยเฉพาะบัญชีม้าเทาเข้ม ที่มีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความทางธนาคารก็จะอายัดทันที ซึ่งจะอายัดรวมไปถึงบัญชีธนาคารอื่นของบุคคลนั้นด้วย แต่ยอมรับว่า อาจเกิดปัญหากับบัญชีธนาคารของบุคคลผู้สุจริตซึ่งเราได้วางมาตรการรองรับ สำหรับบุคคลสุจริต เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนด้วยการปลดล็อก แต่บุคคลนั้นต้องเข้ามาชี้แจงและยืนยันความบริสุทธิ์กับทางเจ้าหน้าที่ก่อน ถึงจะดำเนินการปลดล็อกให้