เห็นได้ชัดว่าระหว่างการทำงานของหน่วยเก็บกู้และทำลายวัตถะเบิด หรือ อีโอดี ทุกครั้ง จะต้องกันผู้ที่ไม่ใชเจ้าหน้าที่อีโอดีออกห่างจากจุดที่พบวัตถุต้องสงสัยเป็นรัศมีวงกว้าง แม้แต่ตัวเจ้าหน้าที่อก็ต้องใส่ชุดบอมบ์สูทที่สามารถทนแรงอัดได้ระดับหนึ่ง ส่วนคนอื่นๆ ก็ต้องหาที่กำบัง เพราะในขณะที่กำลังเก็บกู้ เจ้าหน้าที่เองก็ไม่รู้ศักยภาพของระเบิด และบอกไม่ได้ว่า จะเบิดขึ้นในระหว่างนั้นหรือไม่
ระเบิดแสวงเครื่อง อาจจะมีลักษณะไม่สะดุดตานัก หากถูกบรรจุใส่หีบห่อ และนำมาวางในที่สาธารณะ ทำให้มีหลายคนมองข้ามไปโดยง่าย ซึ่งเป็นเรื่องน่ากลัว ในยุคที่การวางระเบิด พบเจอได้บ่อยขึ้น
หากพบวัตถุแปลกปลอมที่ไม่เคยพบเห็นในสถานที่นั้นมาก่อน วัตถุอะไรก็ตาม ที่ไม่ควรไปอยู่ที่นั้น หรือ อยู่โดยผิดวิสัยปกติที่ควรจะอยู่ เมื่อตรวจสอบแล้ว ไม่มีเจ้าของ ก็ถือว่าเข้าข่ายเป็นวัตถุต้องสงสัย
แม้แต่อุปกรณ์ดับเพลิง เช่น ถังดับเพลิง ไปอยู่ในที่ที่ไม่ใช่ที่เก็บตามปกติ ก็ถือว่าเป็นที่น่าสงสัยเช่นกัน รวมทั้งวัตถุมีลักษณะไม่เรียบร้อย มีสายไฟ เทปกาว พันอยู่ หรือมีคราบน้ำมัน ก็สามารถสันนิษฐานได้ว่าเป็นวัตถุต้องสงสัยว่าเป็นระเบิด
การเคลื่อนย้ายวัตถุต้องสงสัยเองเมื่อพบเจอ ถือว่าอันตายอย่างมาก เพราะระเบิดบางชนิดอาจจะเกิดระเบิดขึ้นทันทีเมื่อถูกกระทบจากการเคลื่อนย้าย บางชนิดตั้งเวลาไว้ และไปตรงกับเวลาที่กำลังเคลื่อนย้าย บางชนิด จุดชนวนด้วยรีโมท ซึ่งคนร้ายอาจอยู่ในบริเวณนั้น เลือกกดในระหว่างที่มีคนไปเคลื่อนย้าย
การเข้าไปเคลื่อนย้ายวัตถุต้องสงสัยเอง จึงอาจกลายเป็นความสูญเสียมากขึ้น ดังนั้นเมื่อพบัตถุต้องสงสัย จึงไม่ควรแตะต้อง รีบกันผู้คนออกจากบริเวณ ปิดกั้นพื้นที่ และแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เชี่ยวชาญการเก็กู้ หรือโทรแจ้ง 191 ทันที
ศักดิ์ดา ดุลยาชีวะ ถ่ายภาพ
อธิชา สุขจิตสำราญ PPTV รายงาน