มิเชล กิ๊บสัน ไลท์ นักศึกษาปริญญาเอกด้านสังคมวิทยาของมหาวิทยาลัยแอริโซน่า ซึ่งทำการศึกษาในเรื่องดังกล่าว ระบุว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปได้กลายเป็นสิ่งที่ใช้สำหรับแลกเปลี่ยนสินค้า ระหว่างผู้ต้องขังในเรือนจำต่างๆของสหรัฐฯ แทนที่บุหรี่ ซองจดหมาย และแสตมป์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากอาหารที่ได้รับจากเรือนจำลดลงทั้งในเชิงปริมาณ และคุณภาพ หลังจากในช่วงที่ผ่านมา หลายรัฐได้ลดค่าใช้จ่ายด้านอาหารสำหรับนักโทษ
โดยสำนักราชทัณฑ์ของสหรัฐเปิดเผยว่า ในปี 2010 รัฐต่างๆ ใช้จ่ายเงินเพื่อดูแลนักโทษรวมกัน 48,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท ซึ่งลดลงจากปี 2009 ราวๆ 5.6 เปอร์เซนต์
กิ๊บสัน ไลท์ กล่าวว่าเหตุที่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป กลายเป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยนสินค้ายอดนิยมอันดับ 1 ของนักโทษในสหรัฐฯ เป็นเพราะรสชาติที่อร่อย ราคาถูก และให้พลังงานสูง โดยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสามารถใช้แลกกับสินค้าได้ทุกประเภท รวมถึงอาหารชนิดอื่น อาทิ เสื้อผ้า ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด หรือแม้แต่ใช้จ้างนักโทษคนอื่นทำงานให้ เช่น ทำความสะอาดที่นอน หรือ ซักผ้า นอกจากนี้ ยังพบว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยังถูกใช้เป็นชิป แทนเงินในการเล่นไพ่หรือพนันฟุตบอลด้วย
ขณะเดียวกัน กิ๊บสัน ไลท์ ยังได้เรียกร้องให้มีการศึกษาที่มากขึ้น เกี่ยวกับการลดปริมาณอาหารที่ใช้เลี้ยงนักโทษ โดยจากการพูดคุยกับตัวนักโทษเอง หรือแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่เรือนจำทำให้ทราบว่า ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมามีการลดปริมาณอาหารนักโทษมาโดยตลอด ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาร้ายแรงได้ในอนาคต