หน่วยยามฝั่งอิตาลี แถลงผลจากปฏิบัติการช่วยเหลือผู้อพยพทางทะเล โดยจากภารกิจกู้ภัยทั้งหมด 40 ครั้ง เมื่อวานนี้ สามารถช่วยผู้อพยพจากเรือไม้ขนาดเล็กที่ลอยลำอยู่กลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ห่างจากชายฝั่งลิเบียประมาณ 20 กิโลเมตร ได้ประมาณ 6,500 คน ซึ่งถือเป็นภารกิจช่วยเหลือผู้อพยพทางทะเลครั้งใหญ่ที่สุดอีกครั้งหนึ่ง
จากภาพ จะเห็นว่า ผู้อพยพ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากประเทศเอริเทรีย และโซมาเลีย ต่างพากันปรบมือแสดงความดีใจที่ได้รับความช่วยเหลือ บางส่วนมีเด็กโดยสารมาด้วย และบางส่วนก็ตัดสินใจกระโดดลงจากเรือของตนทันที เพื่อว่ายน้ำไปขึ้นเรือของหน่วยยามฝั่ง
จากสถิติล่าสุดของ UNHCR ปีนี้มีผู้อพยพและผู้ลี้ภัยเดินทางเข้ายุโรปแล้วอย่างน้อย 271,218 คน ส่วนใหญ่มาจาก ซีเรีย อัฟกานิสถาน อิรัก แต่สถานการณ์ยังไม่เลวร้ายเท่าปีที่แล้ว ที่มีคลื่นผู้อพยพไหลบ่าเข้าสู่ยุโรปมากกว่า 1 ล้านคน ซึ่งถือว่ามากที่สุดเป็นประวัติการณ์เลยทีเดียว
ขณะที่ ปัญหาผู้ลี้ภัยล้นค่ายกาเลส์ ซึ่งเมื่อวานนี้ นายซาวิเยร์ แบร์ทร็องด์ ประธานคณะกรรมการภูมิภาคโอ-เดอ-ฟรองซ์ เสนอให้แก้ไขกระบวนการจัดการปัญหาดังกล่าว ด้วยการให้ผู้ลี้ภัยยื่นเรื่องในประเทศฝรั่งเศสได้เลย โดยไม่ต้องเดินทางไปอังกฤษ ล่าสุด วันนี้ แอมเบอร์ รูด เลขาธิการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของประเทศอังกฤษได้เดินทางมาประเทศฝรั่งเศสเพื่อเจรจากับ นาย แบกนา กาซเซอเนอฟ รัฐมนตรีมหาดไทยฝรั่งเศส ถึงแนวทางการแก้ไขกระบวนการให้เหมาะสมกับสถานการณ์มากขึ้น นอกจากการเปลี่ยนจุดยื่นขอลี้ภัยให้สามารถทำได้ในประเทศต้นทางแล้ว ผู้ที่ไม่ได้รับอนุมัติให้ลี้ภัยจะถูกส่งกลับไปยังประเทศบ้านเกิดด้วย
ทั้งนี้ ค่ายผู้ลี้ภัยในเมืองกาเลส์ ถือเป็นค่ายที่แออัดที่สุดในประเทศฝรั่งเศส มีจำนวนผู้ลี้ภัยมากกว่า 9,000 คน และมีเหตุการณ์ทเลาะวิวาทรายวัน ทั้งเล็กและใหญ่ ผู้ลี้ภัยเล่าว่าพวกเขาต้องเข้าแถวรอคิวเพื่ออาบน้ำและรับส่วนแบ่งอาหารแต่ล่ะวัน นานถึง 6 ชั่วโมง