ระวังเข้ม “ซิกา”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ไวรัสซิกายังคงระบาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อเนื่อง ด้านองค์การอนามัยโลก ได้ออกคำแนะนำเพิ่มเติมถึงการมีเพศสัมพันธ์แบบปลอดภัยเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ ขณะที่วุฒิสภาสหรัฐฯ ยังคงไม่ผ่านร่างกฎหมายตั้งกองทุนรับมือซิกากว่า 1,100 ล้านดอลลาร์

องค์การอนามัยโลก (WHO) ออกคำแนะนำให้ชายและหญิงที่มีประวัติเดินทางไปยังพื้นที่ระบาด มีเพศสัมพันธ์แบบปลอดภัยอย่างน้อย 6 เดือน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้ออีกทางหนึ่ง ซึ่งคำแนะนำดังกล่าวครอบคลุมไปถึงกลุ่มคนที่ไม่มีอาการป่วยด้วย

วุฒิสภาสหรัฐฯ ยังไม่ผ่านกม.ตั้งกองทุนซิกา

ขณะเดียวกัน ร่างกฎหมายตั้งกองทุน 1,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อรับมือกับการระบาดของไวรัสซิกายังคงไม่ผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาสหรัฐฯ เป็นครั้งที่สาม  หลังวุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครตมีมติยับยั้ง เนื่องจากพรรครีพับลิกันได้เพิ่มมาตราที่จะยุติการให้ทุนแก่ผู้ให้บริการทำแท้งรายใหญ่

ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ได้เรียกร้องเมื่อเดือนที่ผ่านมา ให้รัฐสภาสนับสนุนการตั้งกองทุนดังกล่าว เนื่องจากเกรงว่าเชื้อจะแพร่ระบาดในวงกว้าง หลังพบผู้ติดเชื้อจากในประเทศรายแรกในรัฐฟลอริดา  การที่วุฒิสภาไม่ผ่านร่างกฎหมายนี้ ทำให้รัฐบาลจะต้องโยกงบประมาณจากกองทุนที่ใช้รับมือกับเชื้ออีโบลา มะเร็งและโรคอื่น ๆ มาใช้แทนในระหว่างนี้

ชาติอาเซียนเฝ้าระวังเข้มซิการะบาด

สำหรับสถานการณ์ไวรัสซิกาในประเทศเพื่อนบ้าน ล่าสุด ประเทศสิงคโปร์ พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 17 คน ส่งผลให้ยอดผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 275 คนแล้ว ซึ่งจากสถานการณ์แพร่ระบาดในสิงคโปร์ ทำให้ยอดจำหน่ายยาและสเปรย์ไล่ยุงในร้านค้าชั้นนำเช่น FairPrice เพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า

ส่วนที่ประเทศมาเลเซีย หลังจากที่มีรายงานผู้ติดเชื้อในประเทศรายแรกเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา  แพทย์ได้ตรวจพบผู้ป่วยที่เป็นหญิงตั้งครรภ์รายแรกของประเทศ โดยตั้งครรภ์ได้ 3 เดือน ทั้งนี้ หญิงคนดังกล่าวมีประวัติเดินทางไปสิงคโปร์เมื่อ 6 เดือนก่อน ส่วนสามีเดินทางไป-กลับระหว่างมาเลเซียและสิงคโปร์เป็นประจำทุกวัน

นอกจากมาเลเซียและสิงคโปร์แล้ว ฟิลิปปินส์เป็นอีกประเทศที่พบผู้ป่วยซิก้าที่มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นการติดเชื้อภายในประเทศ โดยโฆษกกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ผู้ป่วยซึ่งเป็นหญิงวัย 45 ปี ไม่เคยมีประวัติเดินทางไปยังประเทศที่ได้รับผลกระทบในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

สาธารณสุขไทย มั่นใจ รับมือไข้ซิก้า

สถานการณ์โรคไข้ซิก้าที่กำลังระบาดในประเทศสิงคโปร์ กลายเป็นที่กังวลในแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สาธารณสุขไทย ไม่นิ่งนอนใจเรื่องนี้ เตรียมพร้อมเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะที่ด่านควบคุมโรคชายแดนภาคใต้ และ สนามบิน

จำเป็นอย่างยิ่ง ที่ช่วงนี้ บริเวณด่านชายแดนสะเดา จังหวัดสงขลา ต้องตรวจวัดอุณหภูมิผู้ผ่านเข้าออก ไทย-มาเลเชีย เพื่อคัดกรองผู้ต้องสงสัยป่วยติดเชื้อไวรัสซิก้า หากมีอุณหภูมิสูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส จำเป็นต้องส่งไปตรวจกับแพทย์ผู้เชียวชาญ ที่ด่านคัดกรองโรคติดต่อ

ด่านสะเดา อยู่ติดกับรัฐเคด้า ของมาเลเชีย เป็นด่านที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าออกทั้ง2ประเทศมากที่สุด ไม่ต่ำกว่าวันละ 3,000 คน ทำให้สาธารณสุขจำเป็นต้องเข้มงวดคัดกรองบริเวณด่านชายแดนนี้เป็นพิเศษ

การคัดกรองเช่นนี้เกิดขึ้นหลังสถานการณ์ผู้ต้ดเชื้อในประเทศสิงคโปร์ เพิ่มสูงขึ้นเกิน200คน ในจำนวนนี้เป็นชาวมาเลเชีย 11คน ส่วนประเทศมาเลเชีย เพิ่งพบผู้ติดเชื้อ1คนในประเทศมาเลเซียเมื่อไม่นานมานี้

เที่ยวบินทั้ง 2 ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยว จาก2ประเทศต้นทาง เฉลี่ยเดินทางเข้าไทยผ่านสนามบินนานาชาติหาดใหญ่วันละเกือบ400คน การคัดกรองที่สนามบิน จึงจำเป็นต้องเข้มงวดไม่ต่างจากด่านชายแดน

แม้หัวหน้าด่านควบคุมโรคสนามบินนานาชาติหาดใหญ่ จะยืนยันว่า สถานการณ์ระบาดของไข้ซิก้า ในประเทศสิงคโปร์จะไม่ร้ายแรง หากเทียบกับประเทศบราซิลที่เคยระบาดก่อนหน้านี้ แต่เพื่อความไม่ประมาท  มีแผนเตรียมพร้อมรับมือ ระดับเดียวกันกับโรคติดต่ออื่น เช่น โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือโรคเมอร์ส เป็นต้น หากพบว่าไวรัสซิก้าระบาดหนักจนน่าเป็นห่วง สามารถนำมาตรการดังกล่าวมาใช้ได้ทันที หลังกระทรวงสาธารณสุขประกาศตามพระราชบัญญัติควบคุมโรคติดต่อ พุทธศักราช 2558

 

พฤษภาคม 2015 - พบผู้ป่วยซิกาครั้งแรกในละตินอเมริกา ที่บราซิล

สำหรับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสซิการะลอกล่าสุดนี้ มีรายงานพบผู้ป่วยครั้งแรกในประเทศบราซิล เมื่อช่วงกลางปีที่แล้ว ก่อนจะเริ่มแพร่ระบาดไปทั่วภูมิภาคละตินอเมริกา และในบางพื้นที่ของโลก ซึ่งปัจจุบัน มีประเทศที่ถูกประกาศว่าเป็นพื้นที่ระบาดกว่า 50 ประเทศ  ขณะที่ภูมิภาคอื่นๆ ที่เคยมีรายงานพบผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่จะเป็นผู้ป่วยที่เดินทางทางกลับมาจากพื้นที่เสี่ยง การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสซิกานั้น หลักๆ แล้ว จะมียุงลาย เอดีส เอยิพดิ เป็นพาหะ

กุมภาพันธ์ 2016 - สหรัฐฯ พบผู้ป่วยซิกาติดเชื้อผ่านเพศสัมพันธ์รายแรก

อย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา มีรายงานพบผู้ป่วยในสหรัฐฯ ที่ติดเชื้อหลังมีเพศสัมพันธ์กับผู้ป่วยอีกคนที่เดินทางกลับมาจากเวเนซุเอลา ขณะที่ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ หรือ CDC ก็มีการตรวจสอบผู้ป่วย 14 ราย ที่เข้าข่ายติดเชื้อในลักษณะเดียวกัน  ทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่า ไวรัสซิกาอาจติดต่อผ่านสารคัดหลั่งจากร่างกายได้ด้วย   

นอกจากที่สหรัฐฯ แล้ว หลังจากนั้น  ก็มีรายงานผู้ติดเชื้อซิกาผ่านการมีเพศสัมพันธ์ในประเทศอื่นๆ เช่น สเปน ฝรั่งเศส และแคนาดา ด้วย 

ซึ่งในเดือนมีนาคม องค์การอนามัยโลก (WHO) ก็ได้ออกมายืนยันว่า การติดต่อของเชื้อไวรัสซิกาผ่านทางเพศสัมพันธ์นั้นเกิดขึ้นได้ทั่วไป ก่อนที่ 3 เดือนต่อมา จะออกคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการป้องกันการติดต่อของไวรัสซิกาผ่านทางเพศสัมพันธ์ โดยแนะนำให้ผู้หญิงที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ระบาดเลื่อนการตั้งครรภ์ไปก่อน

กรกฎาคม 2016 - สหรัฐฯ พบผู้ป่วยติดเชื้อภายในประเทศครั้งแรก

หลังจากนั้น ปลายเดือนกรกฎาคม ก็มีรายงานจากสหรัฐฯ ว่าพบผู้ป่วยซิกาที่ติดเชื้อโดยไม่เคยเดินทางไปในพื้นที่ระบาดหรือมีเพศสัมพันธ์กับผู้ป่วย เป็นครั้งแรก ในรัฐฟลอริดา  เท่ากับว่าอาจเป็นการติดต่อจากยุงที่มีเชื้อในพื้นที่

โดยล่าสุด เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่รัฐฟลอริดาก็ได้เปิดเผยผลการตรวจสอบยุงที่ดักจับในบริเวณชายหาดไมอามี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ถูกระบุว่าการระบาด  โดยพบว่า ยุงที่จับมามีเชื้อไวรัสซิกาอยู่   ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่พบยุงที่มีเชื้อซิกาในสหรัฐฯ

สิงหาคม 2016 - สิงคโปร์พบผู้ป่วยติดเชื้อภายในประเทศครั้งแรก

และเมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคม ภัยของไวรัสซิกาก็ได้คืบคลานเข้ามาใกล้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในที่สุด หลังจากที่สิงคโปร์พบผู้ป่วยติดเชื้อภายในประเทศครั้งแรก ทีเดียว 41 คน ก่อนที่จำนวนล่าสุดจะเพิ่มเป็น 275 คน (6 ก.ย.) สร้างความกังวลให้กับประเทศเพื่อนบ้านจนต้องตื่นตัวเฝ้าระวังการแพร่ระบาดอย่างเข้มงวด

กันยายน 2016 - นักวิจัยชี้ไวรัสซิกาในเอเชียเป็นคนละสายพันธุ์กับในละตินอเมริกา

อย่างไรก็ตาม  ล่าสุด กระทรวงสาธารณสุขของสิงคโปร์ ระบุว่า ศูนย์ปฏิบัติการสาธารณสุขแห่งชาติ และสถาบันเอกชน ได้วิเคราะห์ตัวอย่างเชื้อจากผู้ป่วย โดยเบื้องต้นพบว่า ไวรัสซิกาในตัวผู้ป่วยไม่ได้เป็นสายพันธุ์ที่มาจากทวีปอเมริกาใต้ ที่ทำให้เกิดภาวะศีรษะเล็กในเด็กแรกเกิด 

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญโรคติดต่อเชื่อว่า ไวรัสซิกาที่กำลังระบาดในสิงคโปร์ขณะนี้ อาจเป็นสายพันธุ์ที่เคยระบาดมาแล้วก่อนหน้านี้ ตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1960  ซึ่งหมายความว่า ร่างกายของคนที่อยู่ในภูมิภาคนี้อาจปรับตัวจนมีภูมิคุ้มกันไวรัสซิกานี้แล้วด้วย

สำหรับผู้ป่วยจากไวรัสซิก้านั้นจะมีไข้ อาจจะมีผื่น ปวดตามข้อ และตาแดง โดยปกติแล้วอาการโดยรวมจะไม่รุนแรงมากและหายได้เองภายในไม่กี่วัน  

อย่างไรก็ตาม การติดเชื้อในสตรีมีครรภ์อาจทำให้เกิดภาวะศีรษะเล็กในทารกแรกเกิด โดยนักวิจัยบราซิลได้พบหลักฐานเชื่อมโยงไวรัสซิกากับภาวะดังกล่าวอย่างชัดเจน ก่อนที่จะ WHO จะประกาศยืนยันอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

นอกจากอาการข้างต้นแล้ว ยังมีงานวิจัยหลายชิ้นที่ระบุถึงความผิดปกติอื่นๆ เช่น อาการทางสมอง การได้ยิน และการมองเห็น ที่คาดว่าจะมีสาเหตุจากไวรัสซิกา

งานวิจัยของ สถาบันโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน ลา โจยา ในแคลิฟอร์เนีย ทำการทดลองกับหนูแล้วพบว่า ไวรัสซิกาอาจทำความเสียหายเซลล์สมองในผู้ใหญ่ ทำให้เกิดอาการความจำเสื่อมคล้ายกับผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ได้

ส่วนงานวิจัยอีกชิ้นในประเทศบราซิลซึ่งเผยแพร่ในรายงานของ CDC พบว่า เด็กทารกที่เกิดจากแม่ที่ติดเชื้อระหว่างตั้งครรภ์ มีโอกาสที่จะสูญเสียการได้ยินถึงเกือบร้อยละ 6

ขณะที่ล่าสุด  นักวิจัยจากวิทยาลัยแพทย์ ของมหาวิทยาลัยวอชิงตัน เซนต์หลุยส์ ศึกษาผลกระทบของเชื้อไวรัสซิกาต่อดวงตา โดยทำการทดลองให้หนู 3 กลุ่ม   พบว่า เชื้อซิกายังมีชีวิตและแพร่กระจายอยู่ในดวงตาของหนูทดลอง ซึ่งการค้นพบนี้อาจช่วยอธิบายได้ว่า เหตุใดผู้ป่วยไวรัสซิกาบางรายจึงมีอาการโรคตารวมอยู่ด้วย และบางรายที่เป็นรุนแรงอาจถึงขั้นตาบอด

อย่างไรก็ตาม ทีมนักวิจัยยังต้องศึกษาเพิ่มเติมว่า เชื้อไวรัสเข้าสู่ดวงตาของหนูทดลองได้อย่างไร และมันจะสะสมอยู่ในตาของผู้ติดเชื้อที่เป็นมนุษย์ได้ด้วยหรือไม่ และจะคงอยู่ได้นานเท่าใด เพื่อหาความเป็นไปได้ที่น้ำตาอาจเป็นอีกช่องทางที่ทำให้เชื้อแพร่กระจาย

แนวทางป้องกันไวรัสซิกา

เนื่องจากยุงและการขยายพันธุ์ของยุงเป็นสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงหลักต่อการติดเชื้อไวรัสซิกา ดังนั้นวิธีการป้องกันตัวเอง หากอาศัยอยู่ในพื้นที่แพร่ระบาด หรือจำเป็นต้องเดินทางไปยังพื้นที่ที่พบการติดเชื้อก็คือ ระมัดระวังไม่ให้ถูกยุงกัด เริ่มจากการสวมเสื้อผ้าปกปิดมิดชิด และทางที่ดีควรเป็นเสื้อผ้าสีอ่อน ขณะเดียวกันต้องไม่ลืมใช้ยากันยุงหรือสเปรย์กันยุง หากต้องการทาครีมกันแดด ให้ทายากันยุงก่อน และหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีน้ำขัง

ส่วนที่พักอาศัย ควรปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด และใช้มุ้งป้องกันยุงอีกทาง นอกจากนี้ต้องไม่ลืมกำจัดแหล่งน้ำซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง

สำหรับหญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ที่วางแผนมีบุตรควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังประเทศที่มีการระบาด และปรึกษาแพทย์ ซึ่งแพทย์อาจแนะนำให้เลื่อนกำหนดการตั้งครรภ์ โดยที่โคลอมเบีย รัฐบาลออกประกาศแนะนำให้สตรีเลื่อนกำหนดการตั้งครรภ์ออกไป 6 ถึง 8 เดือนเพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อไวรัสซิกา

ล่าสุดนี้ องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ออกคำแนะนำใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศที่มีการระบาด ให้มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยอย่างน้อย 6 เดือน เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อ ซึ่งคำแนะนำนี้ครอบคลุมทั้งผู้ป่วยโรคซิกาและผู้ที่ไม่ได้ติดเชื้อ หลังจากมีกรณีที่แพทย์ยังตรวจพบเชื้อไวรัสในน้ำอสุจิของชายชาวอิตาลีคนหนึ่ง หลังจากผ่านไป 6 เดือนนับตั้งแต่พบการติดเชื้อ

นั่นหมายความว่า เชื้อไวรัสซิกาสามารถอยู่ในน้ำอสุจิได้นานกว่าที่คิด และสามารถส่งต่อจากผู้ป่วยชายไปยังผู้หญิงได้ และหากมีการเปลี่ยนคู่นอน ไวรัสก็จะถูกส่งต่อไปยังคู่นอนคนใหม่เช่นกัน ซึ่งคำแนะนำนี้เปลี่ยนแปลงจากประกาศเดิมของ WHO ที่แนะนำให้ผู้ติดเชื้อไวรัสซิกาชายงดเว้นการมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 8 สัปดาห์

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ