แม้เบื้องต้นข้อมูลที่กรมสอบสวนคดีพิเศษพยายามนำเสนอสาเหตุการเสียชีวิตครั้งนี้มาจากการ“ฆ่าตัวตาย” ของผู้ต้องหา ด้วยวิธีใช้ถุงเท้าแขวนคอ แต่ความผิดปกติอีกหลายที่บ่งชี้ว่า ข้อเท็จจริงอาจเป็นตรงกันข้าม ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ต้องตั้งโต๊ะแถลงข่าวและเปิดสำนักงานและห้องขังให้พิสูจน์ โดยเฉพาะปมความบังเอิญของปัญหากล้องวงจรปิด
ภาพจากกล้องวงจรปิดชั้นล่างด้านหน้าสำนักงานกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในจังหวะที่หน่วยพยาบาลกู้ชีพจากโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะมาถึงในเวลาราว 01.17 น. วันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา หลังได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉินที่เกิดขึ้นกับผู้ต้องหา
ถัดมาอีกประมาณ 2 นาที กล้องชั้นล่างด้านในหน้าลิฟท์ ก็บันทึกเหตุการณ์ระหว่างที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพาทีมกู้ชีพขึ้นไปด้านบน
หลังจากนั้น ก็ไม่มีกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้อีก จนกระทั่งถึงเวลาประมาณ 01.24น. กล้องในจุดเดิม ปรากฎภาพทีมพยาบาลและรปภ. เข็นเตียงที่มีร่างของนายธวัชชัยนอนอยู่ ด้วยท่าทีเร่งรีบออกมาจากลิฟท์
ส่วนภาพเหตุการณ์ด้านบนชั้น 6 ห้องควบคุมตัวและจุดเกิดเหตุที่นายธวัชชัยเสียชีวิต กรมสอบสวนคดีพิเศษแสดงหลักฐานเป็นภาพถ่าย ในช่วงที่ก่อนทีมพยาบาลกู้ชีพโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะเดินทางมาถึง มีรปภ.ประจำสำนักงานดีเอสไอ คนหนึ่ง กำลังปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับนายธวัชชัยอยู่ แสดงท่าทางคล้ายกำลังทำการปั้มหัวใจหรือ CPR และอีกภาพคือเหตุการณ์ในระหว่างที่ทีมพยาบาลกูชีพเดินทางมาถึงห้องคุมขังที่เกิดเหตุในชั้น 6 แล้ว และทำการ CPR ให้กับนายธวัชชัย
สาเหตุที่กล้องวงจรปิดชั้น 6 ไม่สามารถบันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดไว้ได้ พันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ปฏิเสธว่า ไม่ได้ขึ้นจากกระแสข่าวที่ระบุว่า กล้องบริเวณนี้เสียจนใช้งานไม่ได้ เพราะตามข้อเท็จจริง ระบบกล้องวงจรปิดของสำนักงานดีเอสไอ มีปัญหาไม่สามารถบันทึกภาพได้ครบทุกจุดมาตั้งเดือน เม.ย. และอยู่ระหว่างจัดซื้อจัดจ้างที่จะติดตั้งแล้วเสร็จในเดือน ต.ค. ทำให้กล้องในจุดที่เกิดปัญหาทำได้เพียงแค่การดูภาพสดแบบเรียลไทม์
อีกข้อข้องใจคือความเป็นไปได้ที่นายธวัชชัยจะใช้ถุงเท้าตัวเองผูกคอตาย อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษนำภาพถ่ายที่บันทึกไว้ตั้งแต่ควบคุมตัวนายธวัชชัย และเห็นถุงเท้าที่นายธวัชชัยใส่นำมาแสดง เพื่อยืนยัน นายธวัชชัย ไม่ได้ใส่ถุงเท้าแบบสั้น ส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่า ถุงเท้าที่นายธวัชชัยสวมใส่เป็นแบบสั้น อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษอ้างว่า น่าจะเกิดจากความเข้าใจผิด ที่อาจจะเห็นภาพถ่ายในจังหวะที่ถุงเท้านายธวัชชัยย้วยลงเหมือนกับที่เกิดขึ้นในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษบันทึกภาพ
ตลอดการแถลงข่าวมีเพียงข้อสังเกตเดียวที่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษยอมรับว่า เกิดขึ้นจริง และยังอยู่ระหว่างหาคำตอบเช่นกัน คือ การรายงานข้อมูลเท็จของเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษใน 2 ประเด็น คือ การแจ้งว่า ผู้ตายเป็นลมหมดสติ ทั้งที่ข้อเท็จจริง คือ การฆ่าตัวตาย และอุปกรณ์ที่ใช้ในการฆ่าตัวตาย รายงานว่าเป็นเสื้อผ้าแต่ข้อเท็จจริงเป็นถุงเท้า
อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ยอมรับว่า เวลานี้ดีเอสไอสอบสวนภายในคู่ขนานกับตำรวจสน.ทุ่งสองห้อง และคณะกรรมการที่กระทรวงยุติธรรมตั้งขึ้น แต่ยังไม่ต้องการเปิดเผยรายละเอียดในบางจุด เพราะเกรงว่าจะเป็นการชี้นำทีมสืบสวนและหาข้อเท็จจริงทั้ง 2 ชุด แต่หากข้อเท็จจริงปรากฎว่า เจ้าหน้าที่ดีเอสไอมีส่วนต่อการตายของนายธวัชชัย ก็จะดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อรักษาขวัญและกำลังใจและเจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่มีอยู่กว่า 1 พันคน
ด้านนายชัยณรงค์ อนุกูล น้องชายนายธวัชชัย ที่ร่วมแถลงข่าวด้วยในวันนี้ เปิดเผยว่า ข้อสงสัยในเบื้องต้น ก็ได้รับคำชี้แจงจากดีเอสไอในแบบเดียวกับที่สื่อมวลชนได้รับ แม้จะพอใจระดับหนึ่ง แต่ก็ยังไม่ทั้งหมดโดยเฉพาะประเด็นที่อาจจะต้องรอผลชันสูตรศพของพี่ชาย
หลักฐานทุกชิ้นที่กรมสอบสวนคดีพิเศษนำมาแสดงในวันนี้ นอกจากจะตรงกับจุดที่ถูกสังคมตั้งข้อสังเกตทั้งสิ้น ยังสอดคล้องกับประเด็นที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานตั้งไว้และจำต้องหาคำตอบเพื่อคลี่คลายปริศนาครั้งนี้
บานพับประตูภายในห้องขังดีเอสไอ เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ ที่กองพิสูจน์หลักฐานกลาง ต้องนำมาเชื่อมโยงการเสียชีวิตของนายธวัชชัย อนุกูล มือออกเอกสารสิทธิ์ผิดกฎหมายทาง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ จำลองเหตุการณ์ให้ดู โดยใช้ผ้าพันแผล คล้องกับบานพับประตูแทนถุงเท้า ที่อ้างว่านายธวัชชัย ใช้ผู้คอจน เหมือนกับวันที่กองงพิสูจน์หลักฐานกลางทำไปเมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา
อีกจุดที่น่าสนใจและต่อรอผลตรวจพิสูจน์ คือ ดีเอ็นเอในถุงเท้าที่ถูกอ้างว่าเป็นของนายธวัชชัย อนุกูล กองพิสูจน์หลักฐานกลาง พบดีเอ็นเอผู้อื่นแฝงอยู่ด้วย กองพิสูจน์หลักฐานกลางกำลังอยู่ระหว่างเก็บดีเอ็นเอเจ้าหน้าที่ดีเอสไอมาตรวจสอบเพื่อเทียบเคียงว่าตรงกันหรือไม่ และหากตรงดีเอ็นเอแฝงมาปรากฎได้อย่างไร หลักฐานในส่วนนี้จะนำมาประกอบกับ ผลชันสูตรศพและร่องรอยภายในห้องขังจุดเกิดเหตุที่อาจมีดีเอ็นแฝงอยู่เช่นกัน
ปมสำคัญอีกจุด คือ ปัญหาของระบบกล้องวงจรปิด ตามแผนผังสำนักงานกรมสอบสวนคดีพิเศษจะเห็นว่า ห้องขังดีเอสไอมีทางเข้า-ออกทางเดียว ใช้ระบบคีย์การ์ดควบคุม แต่กล้องวงจรปิดบริเวณทางเดิน 6 ตัว แสดงได้เพียงภาพเหตุการณ์สด เพราะระบบบันทึกภาพมีปัญหา ทำให้ไม่สามารถนำมาปะติดปะต่อเหตุการณ์ได้อย่างสมบูรณ์ ในทางเทคนิค ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจะต้องตรวจสอบความเป็นไปได้ของอาการที่เกิดขึ้น และภาพวงจรปิดจุดอื่นที่ดีเอสไอนำมาแสดงว่าผ่านการตัดต่อวันเวลาเกิดเหตุหรือไม่