“ตับแตก” ปริศนาการตาย มือออกเอกสารสิทธิ์ปลอม ภูเก็ต พังงา


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ไม่ว่า จะเป็นการฆ่าตัวตาย หรือ ถูกฆ่า ในเชิงอาชญาวิทยา ย่อมต้องหา “เหตุจูงใจ” ซึ่งถ้าเป็นการฆ่าตัวตาย ก็เป็นไปได้ว่า เกิดจากความเครียด กลัวความผิด รับสภาพไม่ได้ แต่ถ้าเป็นการถูกฆ่า ย่อมต้องมีเหตุจูงใจ ที่มากกว่านั้น โดยเฉพาะความเกี่ยวพันกับบุคคลอื่น ในเรื่องที่ “ผู้ตาย” อาจทำให้เสียประโยชน์ วันนี้เราอาจยังไม่เห็นอะไรมาก แต่ลองไปดูที่ดิน ที่ออกเอกสารสิทธิ์มิชอบโดยผู้ตาย เราอาจเห็นอะไรบ้าง

สาเหตุการณ์เสียชีวิตของ “นายธวัชชัย อนุกูล” กลายเป็นประเด็นสำคัญต่อการทำคดี “ออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ หลายหมื่นไร่” ที่ภูเก็ต และพังงา ทันที เมื่อผลตรวจสาเหตุการเสียชีวิตพบว่า เกิดจากเลือดออกในช่องท้องเพราะถูกของแข็งไม่มีคมและขาดอากาศหายใจ ในมุมของนักอาชญาวิทยา อธิบายไว้น่าสนใจว่า “การจะฆ่าตัดตอน” หรือไม่ ต้องดูว่า มีผลต่อคดีหรือไม่ เพราะแม้ไม่ทำให้เอาผิดคนเกี่ยวข้องยากขึ้น แต่อาจจะสืบถึงขบวนการที่ยังลอยนวลอยู่ยากขึ้น

ผลชันสูตรศพนายธวัชชัย อนุกูล อดีตเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดพังงา สาขาท้ายเหมือง จากสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2559 ถูกตั้งข้อสงสัยว่า การเสียชีวิตเป็นการฆ่าตัวตายในห้องขังหรือสาเหตุอื่น เมื่อเอกสารแจ้งตายระบุว่า มีเลือดออกในช่องท้อง เพราะถูกของแข็งไม่มีคมกระแทก

หากมองในเชิงอาชญาวิทยาน่าสนใจว่า การเสียชีวิตของนายธวัชชัย อาจเกิดจากทั้ง 2 สาเหตุ คือ “ฆ่าตัวตาย หรือ ฆาตกรรม”  ยิ่งเป็นผู้ต้องหาคนสำคัญ  ยิ่งต้องตรวจสอบประวัติให้ดี ประธานกรรมการสถาบันอาชญาวิทยา มหาวิทยาลัยรังสิต วิเคราะห์ว่า ถ้านายธวัชชัย ฆ่าตัวตาย อาจเกิดจากความเครียดสะสม หรือ โรคประจำตัว ที่ผู้ต้องหาส่วนใหญ่เป็น คือ “โรคซึมเศร้า”

แต่ถ้าผู้ต้องหาถูกทำร้ายให้เสียชีวิตในห้องขัง เพราะเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลที่มีส่วนได้เสียกับเอกสารสิทธิ์ที่ดินผิดกฎหมาย ก็ไม่ทำให้คดีจบลงง่าย เพราะมีเอกสารเป็นหลักฐานระบุลายลักษณ์อักษรผู้เกี่ยวข้องชัดเจน

แม้คดีออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินโดยมิชอบในจังหวัดภูเก็ตจะยังเดินหน้าต่อไปได้ แต่ถ้าต้องสอบสวนถึงขบวนการใหญ่อาจไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนายธวัชชัย อดีตเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดพังงา สาขาท้ายเหมือง เป็นผู้ต้องหาคนสำคัญที่จะทำให้การสอบสวนหาคนผิดรายอื่นเป็นไปได้ง่ายขึ้น

อุทยานแห่งชาติสิรินาถ จังหวัดภูเก็ต คือ พื้นที่ ที่ดีเอสไอ ใช้จับกุมนายธวัชชัย เพราะชัดเจนว่า ไปออกเอกสารสิทธิ ในพื้นที่อุทยาน ซึ่งทำได้อย่างเหลือเชื่อ เจ้าหน้าที่อุทยานบอกว่า จุดที่ถูกออกเอกสารสิทธิ์ ปัจจุบัน เป็นที่พักราคาแพง ของกลุ่มทุนรายใหญ่จำนวนมาก สามารถไล่ดูได้ตั้งแต่หาดในทอน ไปจนถึง ลายัน รวมกว่า 13,500 ไร่ ยังไม่รวมอีกหลายจุดในฝั่งตะวันตกของภูเก็ต ทั้ง ป่าตอง กมลา กะตะ กะรน โดยที่ในเวลานั้น นายธวัชชัย เป็นเพียง “หัวหน้าฝ่ายทะเบียน” สำนักงานที่ดินภูเก็ต แต่กลับสามารถออกเอกสารสิทธิ์ในนามรักษาราชการแทนเจ้าพนักงานที่ดิน จ.ภูเก็ต อย่างเหลือเชื่อ

รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช บอกกับ PPTV เอกสารสิทธิที่ดินบางแปลงไม่มีหลักฐานในสารบบเดิมว่า มีใบแจ้งครอบครองที่ดิน หรือ สค.1 ที่สามารถนำมาเปลี่ยนเป็น โฉนด หรือ น.ส.3 ได้

แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเอาผิดกับที่ดินที่เข้าข่ายออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ เพราะหลักฐานที่ออกจากราชการแบบถูกต้องจากกรมที่ดิน จะต้องรอให้กรมที่ดินตรวจสอบ ระหว่างทางว่าทำถูกกฎหมายหรือไม่ กรมอุทยานถึงจะดำเนินการรื้อถอนได้ ก็ต่อเมื่อกรมที่ดินเพิกถอนเอกสารสิทธิ์

หลักฐานอีกชิ้น พบอีกหนึ่งพื้นที่ คือ เอกสารการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อ 28 ธันวาคม 2553 ชี้มูลความผิดนายธวัชชัย ฐานออกเอกสารสิทธิให้นายบุ่นเก้ง ศรีแสนสุชาติ หรือที่รู้จักในชื่อ โกเก้ง และตัวแทนที่มาขอเอกสารสิทธิ์แทนโกเก้ง ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และ พื้นที่ สปก. รวม 3 แปลง ในจุดที่เรียกว่า เทือกเขานางพันธุรัตน์ ตำบลรัษฎา อำเภอเมือง ภูเก็ต โดยใช้วิธีเดียวกับที่ออกในที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ คือ  สค.1 บิน อธิบายง่ายๆ คือ เอกสารสิทธิ ที่ออกขั้นแรก ก่อนจะเป็นโฉนด ต้องออกเป็น นส.3 ก.

ก่อนจะเป็น นส.3 ก. ได้ ผู้ที่ขอออก นส.3 ก. ต้องมีเอกสารสิทธิ์ครองครองที่ดิน ที่เรียกว่า สค.1 แต่ในที่อุทยานป่าสงวน สปก. ย่อมแน่นอนว่า ไม่มี สค.1 มาก่อนวิธีการนี้ เจ้าหน้าที่ ที่ออกเอกสารสิทธิ์ จึงไปนำ สค.1 จากที่ดินแปลงอื่น มาใช้เป็นหลักฐานถือครองที่ดินของรัฐ โดยอ้างว่าอยู่มาก่อนประกาศเป็นที่ของรัฐ เพื่อใช้สวมสิทธิ์ออก นส.3 ก.

ที่ “เขาหน้ายักษ์” จ.พังงา นายธวัชชัย ย้ายจากภูเก็ต ไปประจำที่อำเภอท้ายเหมือง เมื่อประมาณปี 2545-46 เขาโชว์ผลงานชิ้นเอก ออกเอกสารสิทธิ์อีกกว่า 500 แปลง รวมกว่า 10,500 ล้านบาท 

ดีเอสไอ ยังไปพบว่า ชื่อของ “ธวัชชัย อนุกูล” ถูกศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตัดสินจำคุกไว้ 12 ปี ในข้อหาออกเอกสารสิทธิมิชอบ 1 แปลง ที่สุราษฎร์ธานี (ไม่ทราบพิกัด) ซึ่งเป็นคดีที่เชื่อว่า เกิดขึ้นก่อนที่เขาจะย้ายมาประจำที่ภูเก็ต

น่าสนใจว่า “ที่ดินเหล่านี้” ออกเอกสารสิทธิ์ไว้ให้ใครบ้าง บางพื้นที่ยังอาจถูกซื้อขายเปลี่ยนมือไปแล้วปัจจุบัน อยู่ที่ใคร และสืบค้นไปถึงใครได้อีกเมื่อปี 2546 พงศธร หิรัญบูรณะ หัวหน้าฝ่ายทะเบียน สำนักงานที่ดิน จ.ภูเก็ต ที่รับงานต่อจาก ธวัชชัย อนุกูล ถูกยิงเสียชีวิต โดยไม่ทราบสาเหตุ ก่อนเสียชีวิต เขาเป็นผู้ออกมาเปิดเผย การออกเอกสารสิทธิ์มิชอบที่ดินหลายแปลงในจังหวัดภูเก็ต ที่เกิดขึ้นก่อนเขามารับหน้าที่ จนถึงวันนี้ ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่า พงศธร หิรัญบูรณะ ถูงยิง เพราะอะไร ??

PR-โปรแกรมผลบอล_B PR-โปรแกรมผลบอล_B
TOP ประเด็นร้อน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ