นักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยบริสตอลของอังกฤษ และศูนย์วิจัยภูเขาไฟซากุระจิมะ ของญี่ปุ่น เผยรายงานการศึกษาพฤติกรรมของภูเขาไฟซากุระจิมะบนเกาะคิวชูของญี่ปุ่น วานนี้ โดยระบุว่า ภูเขาไฟดังกล่าวมีโอกาสที่จะเกิดการปะทุครั้งใหญ่ภายใน 30 ปี ข้างหน้า
ผลการศึกษาพบว่า ในแต่ละปี ภูเขาไฟซากุระจิมะจะมีการสะสมหินหนืด หรือแมกม่า 14 ล้านคิวบิกเมตร ซึ่งเป็นอัตราที่เร็วกว่าการปะทุเล็กน้อยที่เกิดขึ้นเป็นปกติ ทำให้นักวิทยาศาสตร์สรุปว่า ภูเขาไฟลูกนี้จะมีการประทุครั้งใหญ่ในอีกไม่กี่สิบปี
อย่างไรก็ตาม ทีมวิจัยหวังว่า ข้อมูลนี้จะช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถวางแผนรับมือภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งหลายๆ เมือง เช่น เมืองคาโกะชิมะ ก็ได้เริ่มจัดทำแผนอพยพบ้างแล้ว
ภูเขาไฟซากุระจิมะ เป็นหนึ่งในภูเขาไฟของญี่ปุ่นที่ยังคุกกรุ่นอยู่มาก ตั้งอยู่บนเกาะคิวชู ห่างจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เซนได ประมาณ 50 กิโลเมตร และอยู่ใกล้กับเมืองคาโกะชิมะ ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่ราว 6 แสนคน
ทุกๆ ปี ภูเขาไฟซากุระจิมะจะมีการปะทุไม่รุนแรงและปล่อยควันไฟออกมาหลายครั้ง ซึ่งการปะทุครั้งล่าสุด เกิดขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยทางการญี่ปุ่นได้จัดระดับความเสี่ยงของภูเขาไฟซากุระจิมะอยู่ที่ระดับ 3 จากทั้งหมด 5 ระดับ หมายถึง ประชาชนและนักท่องเที่ยวไม่ควรเข้าใจภูเขาไฟลูกนี้ ขณะที่การปะทุครั้งใหญ่ ล่าสุด นั้นเกิดขึ้นเมื่อปี 1914 โดยครั้งนั้น มีผู้เสียชีวิต 58 คน