วันนี้ (22 ก.ย. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวออกมาชี้แจงแล้วว่า ประธานาธิบดี บารัค โอบามา จะใช้สิทธิระงับกฏหมายฉบับดังกล่าว ภายในวันศุกร์ที่ 23 ที่จะถึงนี้
ร่างกฏหมายฉบับที่ว่านี้ ได้รับความเห็นชอบอย่างถล่มทลายในสภาผู้แทนราษฏร และวุฒิสภาสหรัฐ เมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา - และจะเปิดช่องทางให้ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ 11 กันยายน สามารถฟ้องเอาผิดกับรัฐบาล ซาอุดีอาระเบีย ได้
ถือได้ว่ามีความเคลื่อนไหวตลอดทั้งสัปดาห์นะครับ สำหรับกรณีนี้ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ล็อบบี้อิสท์ฝ่ายซาอุฯจำนวนไม่น้อย เรียกประชุมด่วนเพื่อพยายามหยุดกฏหมายฉบับนี้ หลังจากที่ตลอดทั้งปี ฝ่ายซาอุฯได้ใช้เงินไปกว่า 5ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการล็อบบี้ เพื่อยับยั้งกฏหมายฉบับดังกล่าว
จากนั้น เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ผู้ประท้วงก็เริ่มมารวมตัวกันหน้าทำเนียบขาว ซึ่งจำนวนก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป้าหมายคือ กดดันไม่ให้นายโอบามา ขัดขวางกฏหมายด้วยการวีโต้ร่างกฏหมายฉบับนี้ ที่มีความยาว 4 หน้า มีชื่อว่า พระราชบัญญัติความยุติธรรมต่อผู้สนับสนุนการก่อการร้าย และจะส่งผลกระทบต่อสหรัฐเองทั้งทางด้านความมั่นคงและทางด้านการทูต
ด้านทำเนียบขาวเตือนว่า หากผ่านร่างจนได้รับการบรรจุเป็นกฏหมาย พระราชบัญญัติฉบับนี้ ก็จะอนุญาตให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม ฟ้องเอาผิดสหรัฐได้เหมือนกัน
ขณะที่ทาง ซาอุฯ ก็ต้านร่างกฏหมายฉบับนี้อย่างมาก โดยขู่ว่าจะเทขายสินทรัพย์สหรัฐมูลค่ากว่า 7.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐทันที ที่ร่างกฏหมายฉบับนี้ได้รับการอนุมัติให้เป็นกฏหมาย
ที่ผ่านมา รัฐบาลซาอุดีอาระเบียได้ออกมาปฏิเสธหลายครั้งว่า ไม่มีส่วนร่วมกับเหตุวินาศกรรม 11 กันยา - ขณะที่เอกสารใหม่จากหน่วยข่าวกรองสหรัฐพบความเชื่อมโยงระหว่างรัฐบาลซาอุฯกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ โดยจากจำนวนผู้ก่อเหตุจี้เครื่องบินทั้งหมด 19 คน เป็นพลเมืองซาอุดีอาระเบีย 15 คน
ด้านนายโอบามาเอง ก็ยืนยันว่าจะวีโต้ร่างกฏหมายนี้ แต่เพื่อปกป้องสหรัฐจากโอกาสการถูกฟ้อง ไม่ใช่เพื่อเอาใจทางการซาอุดิอาระเบีย