เมื่อวันที่ 3 ต.ค.59 นางสาวกฤษอนงค์ สุวรรณวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิชาการพลังเครือข่าย มาให้สัมภาษณ์ในรายการเป็นเรื่องเป็นข่าว ตอน 2 ฝ่าย เปิดศึก “ขายตรง” โวย “บุดดาเบลส” หมิ่นอาชีพ – อีกฝ่ายหนุนกระชากหน้ากากขายตรง ทางช่อง PPTV HD36 ถึงประเด็นเพลง “เพื่อนหายเพราะขายตรง” ว่าตนนั้นมองว่าเนื้อหา กับชื่อของเพลงไม่สอดคล้องกัน โดยมองว่าในเนื้อเพลงเกี่ยวกับธุรกิจ “แชร์ลูกโซ่” แต่ชื่อเพลงชี้ว่าเป็นธุรกิจ “ขายตรง” จึงดูเป็นการเหมารวม และอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจขายตรง และถือเป็นการบั่นทอนจิตใจของผู้ที่ทำกิจการขายตรงที่ดีๆ
ทั้งนี้คุณกฤษอนงค์ ชี้ว่าในส่วนของเนื้อเพลงนั้นเขาเห็นด้วยเพราะเป็นข้อมูลความจริงของกลุ่ม มันนี่เกมส์ หรือ แชร์ลูกโซ่ แต่ไม่ใช่ธุรกิจขายตรง ดังชื่อเพลง
เหตุนี้ จึงอยากให้เปลี่ยนชื่อเพลงจาก “เพื่อนหายเพราะขายตรง” โดยตัดคำว่า “ขายตรง” ออกไป แล้วใส่ “แชร์ลูกโซ่” หรือ “มันนี่เกมส์” แทน อย่างไรก็ตามยังได้เตรียมเข้าชื่อ สมาชิกขายตรงที่ถูกกฎหมาย เพื่อยื่นต่อกระทรวงวัฒนธรรม หากยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงชื่อเพลงตามต้องการ
ด้านนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย ได้ให้ความเห็นในรายการเป็นเรื่องเป็นข่าวว่า ตนสนับสนุนเพลง “เพื่อนหายเพราะขายตรง” เพราะมองว่าเป็นการสะท้อนสังคม ในเรื่องของข้อเท็จจริง เพราะยังมีประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อของธุรกิจแชร์ลูกโซ่อยู่มาก และยังมีการแอบแฝงของธุรกิจแชร์ลูกโซ่ ในรูปแบบของธุรกิจขายตรง ที่มีการวาดความฝันให้เกิดการหลงเชื่อว่าทำแล้วจะรวย
“หากจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ต้องยอมรับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นก่อน เพราะบริษัทในรูปแบบแชร์ลูกโซ่ มักจะไม่บอกโดยตรง และอ้างตัวเป็นธุรกิจขายตรง เพื่อใช้ในการชักชวน มองว่าสังคมควรสร้างบรรทัดฐาน เพื่อให้ได้แยกแยะออก ระหว่าง ธุรกิจแชร์ลูกโซ่ กับ ธุรกิจขายตรง”
ฝั่ง “อุ๋ย บุดดาเบลส” ให้สัมภาษณ์กับทีมนิวมีเดีย PPTV ว่า ตนได้แต่งเพลง “เพื่อนหายเพราะขายตรง” โดยอาศัยประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองและคนรอบข้างที่ถูกบริษัทธุรกิจแชร์ลูกโซ่ หลอกให้สมัครสมาชิกแล้วนำเงินมาลงทุน สุดท้ายก็ปิดบริษัทหนีไปทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการแต่งเพลงนี้ขึ้นมาเพื่อต้องการที่จะให้คนทั่วไปรู้ทันธุรกิจแชร์ลูกโซ่เท่านั้น ไม่ได้มีความคิดที่จะเหมารวมแต่อย่างใด เพราะส่วนตัว
ก็ไม่ได้มีอคติกับธุรกิจนี้ และสำหรับคนที่ทำธุรกิจขายตรงแบบมีจรรยาบรรณก็สนับสนุนกันต่อไป
ส่วนประเด็นที่มีการร้องเรียนให้เปลี่ยนชื่อเพลง “อุ๋ย บุดดาเบลส” ได้กล่าวว่า ตนวางแผนที่จะเปลี่ยนชื่อจาก “เพื่อนหายเพราะขายตรง” เป็น “เพื่อนหายเพราะขายอ้อม” เพียงแต่ว่าตนอยากจะทราบก่อนว่าการล่า 10,000 รายชื่อแล้ว จะร้องเรียนกับฝ่ายไหนเหมือนกับกรณีของยักษ์ทศกัณฐ์ที่สามารถฟ้องร้องกับกระทรวงวัฒนธรรม และอยากจะทราบถึงเหตุผลใน 10,000 รายชื่อนั้นว่ามีความคิดเห็นกับเพลงอย่างไร
นอกจากนี้ “อุ๋ย บุดดาเบลส” ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าในเรื่องของการแต่งเพลงยังคงยืนยันที่จะแสดงจุดยืนของตัวเองต่อไป เพราะมองทุกอย่างในโลกไม่สามารถทำให้ทุกคนชอบได้ ต้องมีทั้งคนที่ชอบและคนที่ไม่ชอบ ส่วนตัวอยากจะทำเพลงที่สะท้อนเรื่องจริงในสังคม และอยากจะให้เพลงของตนที่กำลังเป็นกระแสอยู่ ส่งผลให้หน่วยงานภาครัฐออกกฎหมายควบคุมธุรกิจประเภทนี้เหมือนที่ นางสาวกฤษอนงค์ อยากให้แยกคำว่าธุรกิจขายตรงที่ถูกกฎหมาย กับ ธุรกิจแชร์ลูกโซ่ที่ผิดกฎหมายออกจากกันได้
ขอบคุณภาพประกอบจาก Oui Buddhabless