ศาลอาญาได้นัดฟังคำพิพากษาในคดี “ร่วมกันฟอกเงินหมายเลขดำ ฟ6/2568 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ฟ้อง นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย และอดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ,นางวิลาวัลย์ พุทธสัมฤทธิ์ แม่นายสามารถ, และนายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือ บอสพอล อดีตประธานบริหารบริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป จำกัด และบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-4 ตามลำดับ ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงินของบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำนวน 2.5 ล้านบาท"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.30 น. นายสามารถ พร้อมทีมทนายความได้เดินทางมาศาลอาญา ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า ตนมาฟังคำพิพากษาในคดีฟอกเงิน ซึ่งก่อนที่ตนจะเดินทางมาที่ศาล ก็ได้โพสต์รายละเอียดข้อความไว้ที่เฟซบุ๊กส่วนตัวแล้ว ชื่อว่า "สามารถ เจนชัยจิตรวนิช" ขอให้สื่อมวลชนเข้าไปดูเพื่อให้ความเป็นธรรมกับตน วันนี้ฝนตกตลอดทั้งวัน เชื่อว่า "ฟ้าหลังฝนจะสวยงามเสมอ" หลังจากฟังคำพิพากษาเสร็จสิ้น ตนจะมาให้สัมภาษณ์ที่แจ้งรายละเอียดอีกครั้ง
ต่อมา เวลา 08.45 น. นางวิลาวัลย์ แม่นายสามารถ ได้เดินทางมาถึงศาลพร้อมกับกระเช้าผลไม้ มาบนบานศาลกล่าวต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในศาลอาญารัชดา ก่อนขึ้นฟังคำพิพากษา ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนก่อนขึ้นไปฟังคำพิพากษาว่า วันนี้ไม่มีความกังวลอะไรเลยเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม จึงได้มีการเตรียมของมาไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยนำผลไม้ 5 อย่างมากราบไหว้ จึงอยากขอความเมตตาจากทุกคนความดีก็คือความดี ซึ่งตนนั้นไม่ได้ทำอะไรผิดเชื่อว่าตัวเองนั้นบริสุทธิ์ 100%
ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน ขอให้ทุกคนเป็นกำลังใจให้ตัวเอง เพราะตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมานั้นเจอแต่ปัญหา ทำได้แต่อดทนอดกลั้นสู้ชีวิตมาตลอด อะไรที่ผ่านมาได้ก็ขอให้ผ่านไป แต่ก็ยังมีข้อดีคือ ตนได้ไปออกรายการโหนกระแส ต้องขอบคุณ "หนุ่ม กรรชัย" และ "ทนายแก้ว" ที่ทำให้แม่เป็นหมอดูดวงให้กับลูกศิษย์แก้ไขปัญหาชีวิตให้ วันนี้ตนมั่นใจว่ายังไงก็เป็นผู้บริสุทธิ์
ขณะที่ นายวรัตน์พล หรือ บอสพอล นั้นเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ ได้คุมตัวมาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เพื่อฟังคำพิพากษาในคดีฟอกเงินในวันนี้
ศาลพิเคราะห์แล้ว การนำสืบของโจทก์ รับฟังได้เพียงว่าหลังเกิดคดีดิไอคอน จะมีมูลค่าความเสียหายหลายร้อยล้าน พนักงานสอบสวนดีเอสไอผู้รับผิดชอบคดี ได้ตรวจพบความเชื่อมโยงระหว่างจำเลยที่ 1-3 และคนรักของจำเลยที่ 1 โดยจำเลยทั้งหมดรับโอนและโอนเงินด้วยบัญชีของตนเองทั้งสิ้น ไม่มีการใช้บัญชีของผู้อื่น การนำสืบของโจทก์ไม่ปรากฏว่าเป็นเงินที่มาจากการกระทำความผิด และไม่มีการปกปิดแหล่งที่มา หรือซุกซ่อน หรือช่วยเหลือผู้อื่น ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าได้มาจากการกระทำความผิดใด หรือรู้อยู่แล้วว่าเงินได้รับมาจากการกระทำความผิด พยานหลักฐานของโจทก์ไม่เพียงพอรับฟัง กรณีนี้ไม่จำเป็นจะต้องวินิจฉัย พิพากษายกฟ้อง