จากกรณี นายชัยยศ สุขต้อ หรือ ครูชัยยศ อดีตครูชำนาญการพิเศษ (คศ.3) โรงเรียนยางเปา อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด เป็นผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 มีมูลเป็นความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานกระทำความผิด ฐานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ สืบเนื่องจากครูชัยยศ เป็นกรรมการตรวจรับพัสดุอาหารกลางวันนักเรียน ที่อดีตผู้บริหารสถานศึกษาฯ ระบุว่าเป็นการบริหารจัดการอาหารกลางวันเด็ก จากเด็กอนุบาลและประถมศึกษา ให้เด็กระดับมัธยมได้กินด้วย เพราะส่วนใหญ่เป็นนักเรียนกินนอน ครอบครัวยากจน
เรื่องราวดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อปลายปี 2566 ที่ผ่านมา
ล่าสุดวันที่ 23 ก.ย. 2568 นายรัชชัยย์ ศรสุวรรณ นายกสมาคมพิทักษ์สิทธิ์ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา โพสต์ข้อความผ่านเพจ “ดร.รัชชัยย์ ศรสุวรรณ” ระบุว่า “ขอแสดงความยินดีกับครูชัยยศ สุขต้อ ครูบนดอย ที่เชียงใหม่ ครูที่ทุ่มเทเงินเดือน และอุทิศตนเพื่อนักเรียน ถูก ป.ป.ช.กล่าวหาว่าทุจริตเรื่องอาหารกลางวันนักเรียน บัดนี้ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 5 (เชียงใหม่) มีคำพิพากษาว่าครูชัยยศ ไม่ได้กระทำผิดตามที่ ป.ป.ช.กล่าวหา พิพากษายกฟ้อง
คดีนี้ผมและ ผอ.อุทัย ขัติวงษ์ อดีต ผอ.โรงเรียนกาวิละ จ.เชียงใหม่ นักกฎหมายมือหนึ่งและเป็นทีมงานของสมาคมฯ ได้ช่วยกันทำคำฟ้องศาลปกครองขอให้เพิกถอน มติ ป.ป.ช. และ การต่อสู้คดีในศาลอาญา ครูชัยยศ และทนายความได้อาศัยข้อมูล ที่เป็นคำฟ้องในศาลปกครอง เป็นหลักด้วย หาก ป.ป.ช. ไม่ยื่นอุทธรณ์ ครูชัยยศก็จะได้กลับเข้ารับราชการ ไปดูแลเด็กๆ ชาวเขาชาวดอยผู้ขาดโอกาสต่อไป
"เรียน ป.ป.ช. กรณีครูชัยยศ สุขต้อ ศาลเห็นว่าขาดเจตนาทุจริตจึงยกฟ้อง วอน ป.ป.ช.อย่าอุทธรณ์ ครูชัยยศ จะได้กลับมาเป็นครูไปดูแลเด็กขาดโอกาสบนเขา บนดอยต่อไป” นายรัชชัยย์ กล่าว
ย้อนจุดเริ่มต้นปม “ครูชัยยศ” ก่อนถูกให้ออกจากราชการ
นายชัยยศ สุขต้อ หรือ “ครูชัยยศ” อดีตครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนบ้านยางเปา อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดทางอาญาและวินัย ฐานเป็นกรรมการตรวจรับโครงการอาหารกลางวัน แต่ละเลยหน้าที่จนเกิดการทุจริตเบียดบังงบประมาณอาหารกลางวัน โดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 5 มีคำสั่งปลดออกราชการ และทำให้นายชัยยศ ต้องหันมาขายโรตีเลี้ยงชีพในปัจจุบัน
“ครูชัยยศ” เปิดเผยว่า รู้สึกเสียใจอย่างมากที่เกิดเรื่องนี้ขึ้นกับตัวเอง จนทำให้ต้องถูกปลดออกจากราชการครู โดยการถูกปลดออกราชการดังกล่าวนี้ ถือเป็นภาวะจำยอม เพราะมั่นใจและขอยืนยันในความบริสุทธิ์ใจของตัวเองว่า ไม่เคยทำการทุจริตแต่อย่างใดทั้งสิ้น แต่ระเบียบกฎหมายตามตัวอักษรกลับชี้ว่ามีความผิด โดยไม่ได้ดูที่เจตนาเลย”
ทั้งนี้ ตัวเองยอมรับว่าเซ็นชื่อจริง แต่เป็นเพียงการเซ็นชื่อตรวจรับอาหารกลางวันว่ามีจำนวนครบถ้วนหรือไม่เท่านั้น ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นกับการจัดซื้อเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งเป็นการทำหน้าที่ตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ด้วยความเข้าใจว่าให้ทำหน้าที่เพียงการตรวจนับเท่านั้น และที่สำคัญตัวเองยอมที่จะทำหน้าที่นี้ ทั้งๆ ที่ไม่มีความรู้เรื่องดังกล่าวนี้เลย เพราะคำนึงถึงประโยชน์ของนักเรียนเป็นหลัก เนื่องจากหากไม่มีการเซ็นรับ หมายความว่าวันนั้นเด็กนักเรียนจะไม่ได้มีอาหารกิน