ผ่านมาเกือบ 3 ปี แล้วสำหรับการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคของทีวีระบบดิจิทัล ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สำหรับวงการโทรทัศน์ แต่จนถึงปัจจุบันปัญหาใหญ่ที่ กสทช.ต้องรีบแก้ปัญหาให้ตรงจุด คือการเข้าถึงทีวีดิจิทัลของประชาชนทั่วประเทศ เพราะที่ผ่านมาประชาชนบางพื้นที่ไม่สามารถรับชมทีวีในระบบดิจิทัลได้ ทั้งที่แจกคูปองแลกกล่องรับสัญญาณ มาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2557 ถึง 7 ล๊อต รวมกว่า 13 ล้านฉบับ คิดเป็นเงินกว่า 9 ล้านล้านบาท ขัดแย้งกับตัวเลขผลสำรวจพบว่าประชาชน นำกล่องดิจิทัลมาใช้เพียงร้อยละ 20 ส่วนที่เหลือไม่ติดตั้งและทิ้ง
เขมทัตต์ พลเดช นายกสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ระบุว่าการแจงคูปองทีวีดิจิทัลซึ่งมีขั้นตอนที่ค่อนข้างยุ่งยาก ทำให้ขณะนี้ประชาชนในหลายพื้นที่เข้าไม่ถึงช่องดิจิทัล ที่สำคัญพบว่ามีการแจงคูปองในพื้นที่ที่โครงข่ายยังเข้าไม่ถึง เมื่อประชาชนนำกล่องไปเสียบต่อเข้ากับทีวีจึงไม่สามารถรับชมได้ ปัญหานี้ทาง กสทช. ทราบจากผู้ประกอบการ ซึ่งไปลงพื้นที่ไปสำรวจกันเอง
ด้าน พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. ยืนยันว่าโครงข่ายสัญญาณดิจิทัลครอบคลุมกว่า ร้อยละ 90 แล้ว โดยอ้างอิงจากผลวิจัยซึ่งทำร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่พบว่าประชาชนรับชมทีวีในระบบอนาล็อกเหลือเพียง ร้อยละ 9 คาดว่าการเปลี่ยนผ่านไปสู่ทีวีดิจิทัลแบบสมบูรณ์ไม่เกินปี 2562 และจะมุ่งเน้นแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยจะกระจายแจกคูปองให้ทั่วถึง ครอบคลุมบ้านที่ไม่มีชื่อเจ้าของบ้านแต่มีผู้อยู่อาศัย
อย่างไรก็ตาม อีกปัญหาสำคัญที่นายกสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ มองว่า กสทช. จำเป็นต้องดำเนินการปรับปรุง คือการวัดพฤติกรรมผู้บริโภคหรือการวัดเรตติ้ง เพราะปัจจุบันยุคสมัยและพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ดังนั้นการวัดเรตติ้งควรปรับปรุงให้ทันสมัยและมีความเที่ยงธรรม รวมถึงศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคให้ละเอียดมากขึ้น
กสทช.ในฐานะผู้ดูแลโครงข่ายและผู้ได้ผลประโยชน์ จากการเรียกเก็บภาษีล่วงหน้า ร้อยละ 2 ควรให้ความสำคัญกับปัญหาต่างๆ เพื่อแก้ไขโดยเร็วเนื่องจากหากมีปัญหาสะสมมากขึ้น จะยิ่งมีสถานีโทรทัศน์ปิดตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาการว่างงาน
ทีมข่าวพีพีทีวีรายงาน