ก้าวเข้าสู่ช่วงเทศกาลกินเจของเดือนตุลาคมนี้ หลายคนอาจถือศีลเข้าวัดทำบุญ และลดการบริโภคเนื้อสัตว์ เพื่อความเป็นศิริมงคลแห่งชีวิต แต่สิ่งที่ต้องระวังคือการกินเจให้ถูกวิธี เพราะในอาหารเจบางชนิด ก็อาจเสี่ยงต่อโรคร้ายที่ตามมาโดยไม่รู้ตัว
ข้อมูลจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ในการเฝ้าระวังความปลอดภัยช่วงเทศกาลกินเจ สิ่งที่ต้องระวังคืออาหารประเภท ถั่วลิสง ข้าวโพด และพริก ซึ่งมักพบสาร อะฟลาทอกซิน และเป็นสารที่ก่อมะเร็งในตับ ที่เกิดขึ้นจากเชื้อรา
ส่วนผู้ที่ได้รับสารชนิดนี้จะมีอาการท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน และที่สำคัญคือพิษของสารอะฟลาทอกซิน ทนความร้อนสูงได้ แม้การหุงต้มให้สุกก็ไม่สามารถทำลายได้
ขณะที่ผักสดในท้องตลาดซึ่งนำมาใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการปรุงอาหารเจ ส่วนใหญ่มักพบสารปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐาน โดยเฉพาะสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการระคายเคืองลำไส้ได้เช่นกัน
(1)สำหรับผู้ที่เริ่มกินเจใหม่ๆไม่ควรทานอาหารซ้ำๆเดิมๆ เพราะจะได้สารอาหารไม่เพียงพอต่อร่างกาย (2)และอาหารที่ทำจากแป้งเลียนแบบเนื้อสัตว์ ย่อมเต็มไปด้วยคาร์โบไฮเดรตทำให้เสี่ยงต่อโรคอ้วนได้ง่าย (3)การรับประทานอาหารประเภทหมักดอง (4)และอาหารเจที่ปรุงรสเค็มจัด ก็เสี่ยงต่อโรคไตและความดันโลหิตสูง (5)นอกจากนี้อาหารเจที่ขายตามท้องตลาดและทอดด้วยน้ำมัน ส่วนใหญ่มักพบมีปริมาณไขมันที่มากเกินไป
ช่วงเที่ยงทันภัยวันนี้ ฝากเตือนระวังการทานอาหารเจ ต้องทานให้หลากหลายและดูร้านค้าที่น่าเชื่อถือโดยเฉพาะเรื่องความสะอาด เพื่อให้อิ่มบุญอิ่มท้อง และได้สุขภาพที่ดีควบคู่กันไปตลอดเทศกาลเจในปีนี้